วันนี้ (4 พ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พายุไต้ฝุ่นด็อมเร็ย ที่เคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามเมื่อช่วงสายของวันนี้ ล่าสุดอ่อนกำลงลงกลายเป็นพายุโซนร้อน ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า “ด็อมเร็ย”จะอ่อนกำลงลงเป็นพายุดีเปรสชั่นก่อนเข้ากัมพูชา จากนั้นอาจจะสลายตัวลงที่ประเทศกัมพูชาในคืนนี้ นั่นหมายความว่าพายุ อาจจะเคลื่อนมาไม่ถึงอ่าวไทยและประเทศไทย แต่กรมอุตุนิยมวิทยา ยังคงประกาศเฝ้าระวัง เพราะอิทธิพลจากการหมุนตัวของมันอาจจะพัดพาความชื้นมาบริเวณภาคอีสานตอนใต้ และภาคตะวันออก ทำให้มีฝนตกเล็กน้อย ส่วนบริเวณอ่าวไทยยังต้องระวังอันตรายจากคลื่นลมแรง
ส่วนที่บริเวณทะเลปราณบุรี อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ สภาพทะเลมีลมพัดแรง ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร พัดกระหน่ำเข้าชายฝั่งทะเลอย่างหนัก ทำให้ตลอดแนวคลื่นทะเลเริ่มกัดเซาะชายฝั่งบางส่วนได้รับความเสียหาย ทำให้โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหารในพื้นที่ ต้องปิดทำการชั่วคราว เช่นเดียวกับชาวประมงพื้นบ้านและพาณิชย์หยุดออกเรือ นำมาจอดหลบลมในคลองเพื่อป้องกันความเสียหาย
ขณะเดียวกันต้นประดู่ขนาดใหญ่อายุกว่า 70 ปี ที่ขึ้นอยู่ริมถนนภายในหมู่บ้านกุดจอก หักโค่นล้มลงและไปทับบ้านของ นางล้อย วงษ์สุวรรณ จนหลังคาบ้านพังเสียหาย แต่โชคดีที่มีใครอยู่ในบ้านขณะเกิดเหตุ ด้านเจ้าของบ้าน เล่าว่า วันนี้สภาพอากาศมีลมกระโชกแรงตลอดทั้งวัน จึงได้พาหลานเข้าไปนอนหลบลมอยู่ใต้ชายคาบริเวณหน้าบ้าน ระหว่างนั้นต้นประดู่ขนาดใหญ่หน้าบ้านหักโค่นลงมาอย่างแรง หลังจากตั้งสติได้จึงพาหลานคลานออกจากที่เกิดเหตุ และแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อขอความช่วยเหลือ ให้เข้ามาตัดกิ่งไม้ที่ล้มทับบ้านออกเพื่อตนจะได้เข้าอยู่อาศัยได้ต่อ
ส่วนที่ อ.เมือง จ.มหาสารคาม ภายหลังปริมาณน้ำในลำน้ำชีเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จนเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร ไร่นาได้รับความเสียหายจำนวนมากกว่า 2,000 ไร่ และน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดแม่น้ำอีกจำนวนกว่า 500 หลังคาเรือน ทำให้ชาวบ้านและสัตว์เลี้ยงได้รับผลกระทบขาดแคลนอาหาร นายชัชวาล ประเสริฐ ปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า น้ำท่วมขังนานส่งผลกระทบสัตว์เลี้ยง โค กระบือ ทำให้พื้นที่ปลูกพืชอาหารสัตว์เสียหาย สัตว์เริ่มไม่มีอาหารกิน เบื้องต้นสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคามช่วยเหลือชาวบ้าน โดยการจัดเสบียงพืชอาหารสัตว์ ประเภทหญ้าแห้งไว้สำรองจำนวน 80 ตัน ไว้ให้สัตว์ที่ขาดแคลนอาหาร เกษตรกรสามารถประสานติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่