วันนี้ (7 พ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จำลองเหตุการณ์การเสียชีวิตของนางสาวหวาน สาวเมียนมาร์วัย 17 ปีอีกครั้ง เพื่อดูทิศทางแนววิถีกระสุน หลังจากได้รับข้อมูลจากนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เรื่องบาดแผลที่บริเวณศรีษะของผู้ตายที่เกิดจากการยิงจากด้านซ้ายไปขวา โดยพาครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยนายโคโค นัย ตัวแทนผู้ประสานงานด้านแรงงานสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาร์ และนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เข้าไปภายในบ้านพักของนายจ้างที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เพื่อร่วมสังเกตการณ์และต้องการให้ครอบครัวได้มาเห็นที่เกิดเหตุจริง เพื่อคลายข้องสงสัยในประเด็นต่างๆ
ผ่านไป 2 ชั่วโมงแม่ และ พี่สาว ของผู้เสียชีวิตและ นายรณณรงค์ ออกเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังฟังคำชี้แจงและดูการจำลองเหตุ ครอบครัวยังไม่พอใจ แม้ผลชันสูตรจากสถาบันนิติเวช จะตอบข้อสงสัยท่าทางการยิงและวิถีกระสุนได้ แต่ยังมีหลายประเด็นที่ครอบครัวติดใจ
ส่วนประเด็นเรื่องเงินเก็บของผู้ตายหายไป อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ฆ่าตัวตาย ทางครอบครัวก็ยืนยันว่านางสาวหวานไม่มีเงินเก็บ เพราะจะส่งเงินให้แม่หมด จึงไม่น่าจะเป็นมูลเหตุ หลังจากนี้ทางตัวแทนสถานทูตเมียนมาร์เปิดเผยว่า อยากให้ดีเอสไอหรือหน่วยงานที่อื่นเข้ามาช่วยเหลือคดีนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เพราะยังติดใจในหลายประเด็นและไม่มั่นใจการทำงานชุดตำรวจเจ้าของคดี สำหรับการเข้าไปจำลองเหตุในวันนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้พบกับนายจ้าง หลังนางสาวหวานเสียชีวิต ซึ่งทั้งสองฝ่ายไม่มีการพูดคุยอะไรกัน