วันนี้ (7 พ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี เป็นหนึ่งในจุดที่กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนว่า จะได้รับผลกระทบจากพายุ แม้ว่าล่าสุดพายุลูกนี้ จะเคลื่อนผ่านเกาะสมุยไปแล้ว โดยที่เกาะสมุยไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ว่าอิทธิพลยังทำให้ทะเลอ่าวไทย มีคลื่นลมแรง นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้ประกอบการต้องงดเดินเรือขนาดเล็ก และเรือขนาดใหญ่บางเที่ยวเพื่อความปลอดภัย
จากภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่า ที่เกาะสมุยยังมีกลุ่มเมฆฝนปกคลุมอยู่บ้าง ทำให้มีฝนตกเบาๆ สลับหยุดตลอดวัน ที่สำคัญอิทธิพลของพายุ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีกำลังแรง ทำให้คลื่นลมในอ่าวไทยค่อนข้างแรง โดยเฉพาะเส้นทางเกาะพะงัน เกาะเต่า จังหวัดชุมพร ที่ผู้ประกอบการเดินเรือบอกว่าบางจุดมีคลื่นสูง 3-5 เมตร
ทำให้ผู้ประกอบการเดินเรือบนเกาะสมุย ต้องประกาศงดเดินเรือในเส้นทางดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในรอบบ่ายและค่ำ เพราะคลื่นลม จะมีกำลังแรงมากกว่าเวลาอื่น รวมทั้งงดเดินเรือสปีดโบ๊ทเด็ดขาด เพราะสู้คลื่นไม่ไหว ผู้ประกอบการยังระบุว่า ได้ตรวจตราสภาพอากาศทุกๆ 30 นาที เพื่อความแม่นยำ ขณะที่กรมเจ้าท่า สาขาเกาะสมุย ได้ประกาศเตือน และออกตรวจมาตรการความปลอดภัยของเรือโดยสารอย่างใกล้ชิด
สำหรับสภาพอากาศโดยรวม ล่าสุดพายุดีเปรสชั่นในอ่าวไทย ได้อ่อนกำลังลงเหลือเพียงหย่อมความกดอากาศต่ำเท่านั้น สาเหตุที่เป็นเช่นนี้กรมอุตุฯ อธิบายว่า หลังจากที่ดีเปรสชั่นขยับขึ้นมาทางด้านบน มาปะทะกับมวลอากาศเย็น ประกอบกับก้นอ่าวบริเวณนั้น มีลักษณะแคบ ทำให้ให้การหมุนตัวของพายุ ทำได้ไม่ดี จึงอ่อนกำลังลง หลังจากนี้กรมอุตุฯคาดว่าหย่อมความกดอากาศต่ำจะเคลื่อนเข้าปกคลุมตั้งแต่ตอนล่างของประจวบคีรีขันธ์ ลงมาถึงนครศรีธรรมราช ดังนั้นในพื้นที่ดังกล่าว จึงต้องระวังอันตรายจากน้ำป่าไหลหลาก
หลังจากนั้นวันพรุ่งนี้ หย่อมความกดอากาศต่ำจะเคลื่อนไปทาง จ.ระนอง จ.พังงา จ.กระบี่ และจ.ภูเก็ต ก่อนที่จะเคลื่อนลงทะเลอันดามัน ซึ่งอาจจะทวีความรุนแรงขึ้นได้อีก แต่จะไม่ส่งผลกระทบกับประเทศไทย และแม้ว่าหย่อมความกดอากาศจากพายุลูกนี้จะเคลื่อนออกไป แต่ในบริเวณพื้นที่ฝั่งอ่าวไทยยังต้องระวังคลื่นลมแรงในทะเลไปอีกระยะหนึ่ง เพราะขณะนี้ยังมีอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ หรือมรสุมประจำฤดูเข้าปกคลุม ซึ่งในระยะนี้พื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัดจะยังมีฝนตกต่อเนื่องไปอีก