วันนี้ (10 พ.ย.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ร่วมขบวนการที่ตำรวจนายนี้ให้ข้อมูลกับพีพีทีวี ว่า เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บส่วยในจังหวัดภูเก็ต มีตั้งแต่ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และ ประชาชนที่เข้ามาช่วยงานอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนพฤติกรรมจะเชื่อมโยงกันหรือไม่ ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบจากหลักฐานที่มี ตำรวจนายนี้ อ้างว่า มีคนนอกพื้นที่เรียกรับผลประโยชน์ด้วย เป็นข้าราชการ และ ผู้มีอิทธิพลทางภาคใต้ หากนำ 2 กลุ่มมารวมกันคือ คนในพื้นที่ และ คนนอกพื้นที่อาจมีมากกว่า 30 คน โดยข้าราชการจะว่าจ้างมือเก็บส่วยปิดบังความผิดของตัวเอง
ส่วนความคืบหน้าในการตรวจสอบเจ้าหน้ารัฐ เรียกเก็บ “ส่วยในจังหวัดภูเก็ต” วันนี้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 มีคำสั่งย้ายตำรวจภูเก็ตระดับรองผู้บังคับการ และ รองผู้กำกับการ รวม 2 นายไปปฏิบัติราชการนอกพื้นที่ หลังมีชื่อถูกร้องเรียนว่าพัวพันกับขบวนการเรียกเก็บส่วย
ขณะที่รายชื่อตำรวจจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดกระบี่ 15 นาย ที่ถูกสงสัยว่าทำผิดวินัย ไม่รายงานข้อมูลและไม่ส่งตัวชาวต่างชาติ คือ นักท่องเที่ยวที่อยู่อาศัยเกินกำหนดเวลาได้รับอนุญาต และ แรงงานข้ามชาติ ที่มีความผิดฐานหลบหนีเข้าเมืองหรือ เข้าเมืองผิดกฎหมาย ให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองผลักดันออกนอกประเทศ ทำให้พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตรวจแห่งชาติ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เสร็จภายใน 30 วัน ส่วนจะเกี่ยวข้องกับส่วยเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ อยู่ที่จเรตำรวจแห่งชาติตรวจสอบ
สำหรับวันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือบุคคลที่มีข้อมูลเรื่องส่วยจังหวัดภูเก็ต เข้ามาร้องเรียนหรือส่งหลักฐานมาได้ตลอดทุกวัน เพราะ คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง จเรตำรวจ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน สืบพยาน สอบปากคำผู้ต้องสงสัยเพื่อนำไปสู่การเอาผิดขบวนการส่วยทางภาคใต้