เจ้าหน้าที่แบ่งชุดทำงานเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานนำไปสู่การออกหมายจับกลุ่มนายอับดุลเลาะ แกนนำระดับปฏิบัติการณ์และพวกที่ก่อเหตุลอบวางระเบิด 3 จุดกลางเมืองนราธิวาสโดยเร็ว ซึ่งกลุ่มนี้เคยก่อเหตุไม่สงบมาแล้วในพื้นที่สงขลาและปัตตานี
ทั้งนี้ ชุดสืบสวนสอบสวนศุนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ระดมเจ้าหน้าที่แกะรอยหาเบาะแสกลุ่มมือระเบิด 3 จุดกลางเมืองนราธิวาส หลังพบประวัติคนร้ายเป็นกลุ่มเดียวกันกับคดีปล้นรถนักเรียนในพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา และก่อเหตุยิงถล่ม อบต.มะกรูด อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี โดยมีนายอับดุลเลาะ แกนนำระดับปฏิบัติการ พร้อมกลุ่มแนวร่วมอีก 5 - 6 คน
โดยตำรวจได้แบ่งกลุ่มทำงานเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นชุดสอบสวนหาหลักฐานเชิงลึกของแนวร่วมกลุ่มนายอับดุลเลาะ และกลุ่มที่ 2 เป็นชุดติดตามไล่ล่าตัวกลุ่มมือระเบิด ซึ่งคาดว่าจะหลบหนีไปซ่อนตัวตามบ้านกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่ อ.บาเจาะ อ.ยี่งอ และ อ.เมืองนราธิวาส
ส่วนกลุ่มที่ 3 เป็นชุดพิสูจน์หลักฐานเพื่อแกะรอยตรวจสอบวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ โดยหาร่องรอยลายนิ้วมือและดีเอ็นเอ จากซากคาร์บอมบ์ ก่อนจะนำไปเปรียบเทียบกับหลักฐานในคดีไม่สงบที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นหลักฐานชัดเจนใช้มัดตัวกลุ่มมือระเบิดทั้งหมด
ด้านการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุไม่สงบในครั้งนี้ ทางจังหวัดได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือรับแจ้งความเสียหายในพื้นที่ และทางกาชาดจังหวัดได้นำอาหารและน้ำดื่มไปมอบให้กับผู้เสียหาย พร้อมเร่งฟื้นฟูสภาพความเสียหาย
สำหรับเหตุคาร์บอมบ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2547 หรือในรอบ 11 ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ศชต. สรุปสถิติคนร้ายลอบก่อเหตุคาร์บอมบ์ทั้งหมด 44 ครั้ง โดยก่อเหตุที่จังหวัดปัตตานี 7 ครั้ง ยะลา 12 ครั้ง และจังหวัดนราธิวาสมากถึง 22 ครั้ง
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายจังหวัดนราธิวาส ร่วมวางแผนพิทักษ์เมืองป้องกันเหตุลอบวางระเบิดซ้ำอีก โดยสั่งตั้งจุดตรวจเพิ่มเติมอีก 9 ชุมชน จากเดิม 35 ชุมชน สกัดคนร้ายแฝงตัวเข้ามาเคลื่อนไหวลอบก่อเหตุทั้งกลางวันและกลางคืน
ขณะที่ด่านความมั่นคงบ้านควนมีด อ.จะนะ จ.สงขลา เป็น 1 ใน 8 จุด ของพื้นที่ 4 อำเภอชายแดน ที่เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง สนธิกำลังเฝ้าตรวจสอบรถทุกชนิดที่จะผ่านด่านอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันบุคคลต้องสงสัยและวัตถุต้องสงสัยที่จะเข้ามาก่อเหตุไม่สงบในพื้นที่ นอกจากนี้ยังได้สลับตั้งด่านลอยและจัดชุดลาดตระเวนตามเส้นทางสกัดการก่อเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในระยะนี้