วันนี้ (18 พ.ย. 60) เวลาประมาณ 14.30 น. ทีมข่าวพีพีทีวี เดินทางไปยังบ้านนันทวัน หมู่6 ตำบลกุดแข้ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านนายสับ วาปี ผู้อ้างตัวว่าเป็นคนขับรถชนนายเหลือ พ่อบำรุงเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2548 แต่ทีมข่าวกลับไม่พบตัวนายสับ และภรรยา โดยเพื่อนบ้านเล่าให้ฟังว่า นายสับ วาปี แยกทางกับภรรยา 7-8 ปีแล้ว ไม่เคยเห็นกลับมาที่บ้านหลังนี้ เมื่อก่อนนายสับ มีอาชีพทำนา ทำไร่อ้อย แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าไปทำอาชีพอะไร และอยู่ที่ไหน รู้แค่มีภรรยาใหม่
สำหรับ นายสับ วาปี อ้างว่าตนเองเป็นผู้คนขับรถชนนายเหลือ พ่อบำรุงเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2548 และเป็นพยานคนสำคัญของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือ ครูจอมทรัพย์ ที่จะใช้เพื่อขอให้ศาลฎีการื้อฟื้นคดีของตนเองขึ้นมาพิจารณาใหม่เพื่อเป็นการล้างมลทิน และจะได้เข้ารับราชการครูตามเดิม แต่ปรากฎว่า วันเบิกความฝ่ายครูจอมทรัพย์ ไม่นำ “นายสับ วาปี” ขึ้นเบิกความเมื่อช่วง 8-10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้วานนี้ (17 พ.ย. 60) ศาลฎีกา “ไม่เปลี่ยนแปลงคำพิพากษาคดีครูจอมทรัพย์” เพราะเชื่อว่ามีขบวนการรับจ้างรับผิดแทน” พยานหลักฐานใหม่คือ ผลตรวจรถทะเบียน บค56 สกลนคร ไม่มีน้ำหนักพอ และคำให้การขอของพยานไม่ตรงกันหลายคน มีพิรุธ ไม่น่าเชื่อถือ (อ่านเพิ่มเติม >> “ครูจอมทรัพย์”ขอทำใจไม่ขยายความขบวนการรับผิดแทน)
ขณะเดียวกันวันนี้ ทีมข่าวพีพีทีวี เดินทางไปพบนายสุริยา นวนเจริญ หรือ ครูอ๋อง เพื่อนของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร พบว่ากำลังเกี่ยวข้าวในนาของตัวเอง หลังศาลฎีกายกคำร้องรื้อฟื้นคดีครูจอมทรัพย์ คือไม่เปลี่ยนแปลงคำพิพากษาเดิม หมายความว่า ครูจอมทรัพย์ไม่สามารถล้างมลทินคดีขับรถชนคนตายเมื่อปี 2548 ได้ ซึ่งนายสุริยาก็เป็นฝ่ายช่วยเหลือครูจอมทรัพย์มาโดยตลอด (อ่านเพิ่มเติม >> “สุริยา” แสดงตัว ไม่หนี "คดีครูจอมทรัพย์” หาก ตร.โยง ขบวนการจ้างรับผิด)
อ่านข่าวเพิ่ม >> ศาลฎีกายกคำร้องรื้อฟื้นคดี “ครูจอมทรัพย์”