เมื่อวันที่ (17 พ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาจบ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือ ครูจอมทรัพย์ เดินทางกลับบ้านพร้อมครอบครัว และขอบคุณคนไทยที่ให้กำลังใจ โดยอ้างว่าขอให้ทุกคนเชื่อในความบริสุทธิ์ของตัวเอง แม้วันนี้ผลจะออกมาตรงกันข้ามและรู้สึกผิดหวัง แต่ก็ต้องทำใจ ดำเนินชีวิตต่อไปให้ได้ ช่วงเช้าที่ผ่านมาครูจอมทรัพย์ได้ตระเวนไหว้พระทำบุญสิ่งศักดิ์พร้อมกับลูกของเธอ และมีเพื่อนครูเดินทางมามอบดอกไม้ให้กำลังใจ สิ่งที่เธอพยายาม อ้างเสมอคือ ตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ก็ยอมรับในดุลยพินิจของศาล
ความเคลื่อนไหวของฝ่ายตำรวจ หลังศาลจังหวัดนครพนมอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ลงความเห็นว่า คดีครูจอมทรัพย์อาจมีขบวนการรับจ้างรับผิดแทน ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นครพนม เปิดเผยว่า จะนำเรื่องนี้ไปรายงานผู้บังคับบัญชาและจะตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ว่า นายสับ วาปี นายสุริยา นวลเจริญ และ ครูจอมทรัพย์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่
ขณะที่ทีมทนายความจากกระทรวงยุติธรรมยอมรับว่า จุดอ่อนในการต่อสู้คดีคือการไม่นำตัวนายสับ วาปี มาขึ้นเบิกความพยานในวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และหาซากรถทะเบียน บค56 มุกดาหารที่นายสับอ้างว่า เป็นคนขับชนนายเหลือ พ่อบำรุงเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2548 ไม่พบ
ส่วนการที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าทีมครูจอมทรัพย์จะโดนข้อหาเบิกความเท็จหรือไม่ เพราะพยานปากสำคัญศาลฎีกาพิเคราะห์ว่า ให้การมีพิรุธและไม่ตรงกัน ตรงนี้ นายพงศาราตรี ระบุว่า เป็นหน้าที่ตำรวจ ทางกระทรวงยุติธรรมถือว่าเสร็จภารกิจแล้ว การที่ศาลยกคำร้องรื้อฟื้นคดี ไม่เปลี่ยนแปลงคำพิพากษา นั่นหมายความว่า ครูจอมทรัพย์จะไม่ได้เงินเยียวยา และ อาจจะไม่มีสิทธิ์ได้เข้ารับราชการ แม้ทางคุรุสภาจะให้ใบประกอบวิชาชีพครูคืน
อ่านข่าวเพื่มเติม : ไม่นำตัว “สับ วาปี” เบิกความ จุดชี้ขาด “ไม่กลับคำพิพากษาครูจอมทรัพย์”