เมื่อวันที่ (21 พ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่นายวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม รับหนังสือร้องเรียนเรื่องการขอให้ตรวจสอบงบประมาณและขั้นตอนการช่วยเหลือนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตรในช่วงรื้อฟื้นคดีจากนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เสร็จสิ้น นายวิศิษฎ์ ชี้แจงทันทีว่า ได้ตั้งนายวัลลภ นาคบัว ผู้อำนวยการสำนักกิจการยุติธรรมเป็นหัวหน้าชุดตรวจสอบข้อเท็จจริง พันตำรวจเอกดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และชุดทำงานช่วยเหลือครูจอมทรัพย์แล้ว หลังมีคำถามต่อการทำหน้าที่ช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ของกระทรวงยุติธรรมในวงกว้างและมีคนมายื่นเรื่องร้องเรียน โดนส่วนตัวขอสงวนสิทธิ์แสดงความเห็นว่าใครเป็นคนถูกหรือผิดในคดีนี้
ในหนังสือร้องเรียนของนายอัจฉริยะ ยังมีหลักฐานสำคัญเป็นป้ายทะเบียนรถยนต์ “บค56 สกลนคร” เปรียบเทียบกัน 2 แผ่น มีรอยเจาะของน็อตและร่องรอยการเฉี่ยวของรถที่ไม่เหมือนกัน นายอัจฉริยะอ้างว่า เป็นหลักฐานทางราชการที่ตัวเองมีมานานแล้ว จึงสงสัยว่ากระทรวงยุติธรรมอาจรู้เห็นในการสร้างพยานหลักฐานเท็จ ระหว่างต่อสู้รื้อฟื้นคดีให้ครูจอมทรัพย์หรือไม่
ส่วนประเด็นเรื่องงบประมาณช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ ที่นายอัจฉริยะ หยิบยกมาขอให้ตรวจสอบและอ้างว่า อาจใช้ไปถึงหลักล้านบาท วันนี้พีพีทีวีสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องนี้ กับพันตำรวจเอกดุษฎี รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ข้อมูลว่า ทีมช่วยเหลือใช้เงินของกระทรวงยุติธรรมไปประมาณ 8 หมื่นบาท
ส่วนที่ต้องเดินหน้าช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ทั้งที่รู้ว่านายสับ วาปี และ นายสุริยา นวนเจริญ ให้การเท็จ พันตำรวจเอกดุษฎี ให้ข้อมูลว่า เคยบอกเรื่องนี้กับพลตำรวจเอกปัญญา มาเม่น อดีตจเรตำรวจแห่งชาติแล้ว โดยมีข้อตกลงกันว่า ตำรวจมีหน้าที่หาขบวนการรับจ้างรับผิดแทน กระทรวงยุติธรรมทำหน้าที่ช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ผ่านหลักฐานทางวิทยาศาสตร์คือการตรวจสอบรถยนต์
สำหรับตำรวจนครพนมขณะนี้อยู่ระหว่างประชุมออกหมายเรียกบุคคลที่สงสัยว่าให้การเท็จกับเจ้าพนักงานและศาล เพื่อขยายผลไปถึงขบวนการรับจ้างรับผิดแทนครูจอมทรัพย์และเครือข่ายอื่นๆในประเทศไทย ชุดทีมสืบสวนสอบสวนเผยกับพีพีทีวีว่า อาจจะเปิดเผยรายชื่อผู้ต้องสงสัยภายในสัปดาห์นี้ หรือ สัปดาห์หน้า