วันนี้ (25 พ.ย.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของนักเรียนเตรียมทหารภัคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย ที่ขณะนี้ในชั้นพนักงานสอบสวนมีเพียงสำนวนชันสูตรการตายผิดธรรมชาติ พลตำรวจตรี วัฒนา ยี่จีน รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สอบพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 4-5 ปาก และยังอยู่ระหว่างรอให้ทางทหารส่งพยานวัตถุและพยานบุคคลมาสอบเพิ่มเติมในจำนวนนี้รวมถึงนักเรียนบังคับบัญชาที่เคยสั่งซ่อมน้องเมยจนหัวใจหยุดเต้นด้วย
ส่วนกรณีที่วานนี้พลเอกธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้ลงนามคำสั่งย้ายนายทหารสัญญาบัตรที่เกี่ยวข้องกับกรณีการเสียชีวิตของน้องเมย คือพันเอกฉัตรชัย ดวงรัตน์ ผู้บัญชาการกรมนักเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร ไปเป็น นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพไทย และ นาวาโทนพศิษฐ์ เพียรชอบ ผู้บังคับการกองพันนักเรียน กรมนักเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร ไปประจำหน่วยนาวิกโยธิน เพื่อให้การการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างโปร่งใส
ด้านครอบครัวของน้องเมย ระบุ ขอขอบคุณที่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดออกมาเคลื่อนไหวโดยการปลดคนที่เกี่ยวข้อง แต่ว่ายังมีเรื่องข้องใจที่อยากจะขอความชัดเจนอีก โดยเฉพาะสาเหตุการเสียชีวิต และสาเหตุที่ทำให้ซี่โครงหัก มีเลือดออกที่ม้าม โดยหลังจากแม่และพี่สาวน้องเมยออกจากโรงพยาบาลอาจจะมีแถลงข่าวอีกครั้ง
ขณะที่นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กเช่นกัน โดยระบุว่าถ้าสาเหตุที่น้องเมยเสียชีวิตมาจากการ "ซ่อม" จนป่วยแล้วถึงแก่ความตายในที่สุด คนที่สั่งซ่อมก็มีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา และถ้าคนที่ดูแลน้องเมยไม่ห้ามปราบทั้งที่ตนมีหน้าที่ ก็อาจเป็นความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสถาบัน แต่เป็นเรื่องของคนที่ทำผิด เชื่อว่าธำรงวินัยนั้นจำเป็น แต่ทำโทษกับทำร้ายนั้นใกล้กันมาก ดังนั้นง่ายที่สุดคือเอาตัวคนที่ก่อเหตุไปดำเนินคดีโดยไม่ปิดบัง