วันนี้ (1 ธ.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำที่ไหลจากเทือกเขาหลวง เข้าท่วมเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เพิ่มระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจ น้ำได้เข้าท่วมพื้นผิวจราจรมีระดับสูงถึง 30-40 เซนติเมตร ซึ่งน้ำที่ท่วมสูงบนถนนพัฒนาการคูขวาง แม้ว่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ จะสามารถสัญจรได้อยู่ แต่ก็ค่อนข้างลำบาก เพราะระดับน้ำที่สูง ส่งผลให้รถเคลื่อนตัวได้ช้า และต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากคลื่นจะกระทบบ้านเรือนของประชาชน แบะไม่ใช่แค่ถนนเท่านั้นที่น้ำท่วมสูง แต่บ้านเรือน ชุมชน ที่อยู่ในซอยต่างๆโดยเฉพาะซอยสาริบุตร1 ซึ่งอยู่ติดกับคลองหน้าเมือง ระดับน้ำสูงมากกว่า 1 เมตร จุดนี้จะถูกน้ำท่วมบ่อยคับ และน้ำจะสูงกว่าจุดอื่นๆ ขณะที่เจ้าหน้าที่นำเครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำติดตั้งที่คลองหน้าเมือง เพื่อเร่งระบายน้ำออก
ด้านประชาชนที่อยู่ในเขตเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า น้ำเริ่มท่วมตั้งแต่ช่วงดึกเมื่อคืน แต่ถ้าเปรียบเทียบกับช่วงเดือนมกราคมที่ผ่าน ปริมาณน้ำครั้งนี้ถือว่าน้อยกว่า และเขายังสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่เกิดน้ำท่วม หนึ่งในนั้นคือปัญหาการระบายน้ำ
ทั้งนี้น้ำที่ท่วมในเขตเทศบาลนคร ต้นน้ำมาจากเทือกเขาหลวง แต่หากดูสถานการณ์น้ำที่คลองท่าดี อ.ลานสกา ซึ่งรับน้ำจากเทือกเขาหลวง และเป็นเขตติดต่อกับเมืองนครศรีธรรมราช ยังน่าเป็นห่วง น้ำป่าที่หลากลงมาจากเทือกเขาหลวง ซึ่งหลากลงสู่คลองท่าดี คลองท่าใหญ่ และเข้าสู่เขตเมือง ที่บริเวณโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาฝายท่าดี ตำบลกำแพงเซา อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ยังคงมีระดับน้ำสูง ซึ่งภาวะน้ำป่าไหลหลากเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ในภาพรวมจะสูงขึ้นชั่วโมงละ 10 เซนติเมตร และลดระดับลงเป็นช่วงขึ้นอยู่กับปริมาณฝนที่ตกสะสมบนเทือกเขาหลวง โดยเส้นทางน้ำในคลองท่าใหญ่ ท่าดี และไหลแยกไปสี่คลองไชยมนตรี นาป่า วังรัก มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองนครศรีธรรมราช ทำให้เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะในชุมชนฝั่งตะวันตก และตะวันออกของแนวตัวเมืองมีระดับน้ำท่วมสูง ส่วนน้ำที่ท่วมอยู่ จะบายลงสู่อ่าวไทย ผ่านปากอ่าวปากนคร แต่ตอนนี้ทำได้ช้าลง เพราะมีภาวะน้ำทะเลหนุนตั้งแต่ช่วงเช้า และจะเริ่มลดลงในช่วง 14.00น. วันนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องเร่งระบายน้ำให้เร็วที่สุด
โดยสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดปัตตานี น้ำยังคงน่าเป็นห่วง ระดับน้ำยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีฝนตกจนถึงช่วงเช้า ประกอบกับมวลน้ำจากจังหวัดยะลายังคงไหลบ่าสบทบกับแม่น้ำปัตตานี ทำให้ ระดับยังคงสูงขึ้นอีก และขยายวงเข้าท่วมถนนสายสำคัญ ๆ ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานีทุกสายถูกน้ำเข้าท่วมสูง ซึ่งถือเป็นย่านเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดปัตตานี ระดับน้ำเข้าท่วมสูงว่า 50 เซนติเมตร ถนนหลายสายรถเล็กไม่สามารถสัญจรไปได้ นอกจานี้น้ำยังได้เข้าไปภายในร้านค้า ต่าง ๆ ทำให้ข้าวของเสียหาย
ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดสงขลานายวสันต์ ไชยทวีวงศ์ รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้มีรายงานอย่างไม่เป็นทางการเกิดน้ำท่วมแล้วทั้ง 16 อำเภอของ จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะในพื้นที่ อ. เทพา อ.นาทวี อ.สะบ้าย้อย ถนนสายหลักที่เชื่อมต่อระหว่างอำเภอและชายแดนไทยมาเลเซีย มีน้ำท่วมสูงและการสัญจรยากลำบาก
ทั้งนี้สถานการณ์น้ำท่วมบริเวณหน้าตลาด อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง น้ำป่าบนเทือกเขาบรรทัด หลากเข้าท่วมพื้นที่ซ้ำสองในรอบสัปดาห์นี้ หลังจากที่ระดับน้ำเพิ่งลดลงจนกลับสู่ภาวะปกติ และชาวบ้านทำความสะอาดบ้านเรือนเสร็จไปได้แค่ 1 วัน โดยน้ำท่วมครั้งล่าสุดนี้มีระดับสูงประมาณ 30-50 ซม. สร้างผลกระทบให้เกิดขึ้นกับบ้านเรือน ร้านค้า และธุรกิจต่างๆ ท่ามกลางฝนที่ยังคงตกลงมาเป็นระยะ ส่วนรถเล็กสัญจรได้ แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวัง เพราะบางจุดน้ำไหลเชี่ยว
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรรัษฎา ตรวจสอบเหตุรถตกไปในคลองข้างทาง ผู้ขับคือนางสุมาลี แคนยุกต์ อายุ 39 ปี พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลรัษฎา เสียชีวิต สภาพรถพังยับเยิน เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันกู้ซากรถและนำร่างของผู้เสียชีวิตขึ้นจากน้ำท่ามกลางสายฝน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมหลายจุด และสภาพถนนที่อาจชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ และจุดเกิดเหตุมืด ทำให้รถเกิดเสียหลักชนกับราวสะพาน และพลัดตกลงไปในคลองข้างทางจนทำให้เสียชีวิตดังกล่าว ทางด้านนายแพทย์ชัยณรงค์ มากเพ็ง ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลรัษฎา ระบุว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่า นางสุมาลี ซึ่งเป็นพยาบาลผู้ใต้บังคับบัญชา เดินทางไปที่โรงพยาบาล เนื่องจากมีเวรดึกเข้าประจำตอนเที่ยงคืน แต่ยังเดินทางมาไม่ถึง จึงประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ช่วยกันออกค้นหา จนในที่สุดมาพบว่า รถของผู้ตายตกลงจมอยู่ในคลองบริเวณคอสะพาน และมีร่างผู้ตายเสียชีวิตอยู่ภายในรถ
นอกจากนี้กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ ฉบับที่ 34 ระบุว่า อิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันตอนล่าง จะทำให้ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นอย่างต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะใน 9 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ขอประชาชนระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ซึ่งสำหรับบริเวณที่มีน้ำท่วมสูงอยู่แล้วยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตามบริเวณความกดอากาศสูงระลอกใหม่จะปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือวันนี้ ทำให้มีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิลด 2-4 องศาเซลเซียส โดยภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพด้วย