ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยว เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในอำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิต ที่ส่วนใหญ่เป็นข้าวเปลือกหอมมะลิ โดยผลผลิตเหล่านี้ เกษตรกรไม่ต้องนำไปตากให้แห้ง หรือ เก็บไว้ในยุ้งฉางอีกแล้ว สามารถนำข้าวเปลือกที่มีความชื้นไปขายให้กับผู้ซื้อได้ทันที เพราะในพื้นที่อำเภอราษีไศล มีเอกชนเข้ามารับซื้อข้าวจากเกษตรกรโดยตรง และที่สำคัญเป็นการรับซื้อในราคานำตลาดด้วย ซึ่งถือเป็นการปรับตัวของเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อสอดรับการความต้องการของตลาดจากการร่วมมือทั้งภาครัฐ เกษตรกร และภาคเอกชน ในโครงการนาแปลงใหญ่ประชารัฐ โดยมีแหล่งผลิตที่มีคุณภาพ และมีตลาดรองรับโดยตรง
โดยหนึ่งในผู้ซื้อ คือ บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด ที่เริ่มเข้ามาในพื้นที่ตั้งแต่ 5 ปีก่อนร่วมกันให้ความรู้ความเข้าใจกับเกษตรกร เรื่องการปลูกข้าวที่ถูกวิธี และผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP พร้อมจะให้การดูแลอย่างต่อเนื่อง ทั้งกระบวนการผลิตข้าว มีระบบการรวมกลุ่มของเกษตรกรชาวนา เพื่อวางแผนและบริหารจัดการ ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก ดูแลบำรุงรักษา และเก็บเกี่ยว ทำให้สามารถประหยัดทั้งเวลา แรงงาน และลดต้นทุนการผลิต ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตข้าวเพิ่มมากขึ้น และมีคุณภาพ มีแหล่งตลาดรองรับผลผลิตข้าวจากเกษตรกรที่แน่นอน
ขณะที่ในปีนี้ ซี.พี.อินเตอร์เทรด เปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกตรงจากชาวนา รวม 29 จุดทั่วประเทศ เพิ่มจากปี 2559 ที่มี 18 จุด ส่วนในปีหน้า ยังตั้งเป้าหมายที่จะขยายพื้นที่โครงการนาแปลงใหญ่ประชารัฐ ในแถบภาคอีสาน เป็นจำนวน 100,000 ไร่ คาดว่าจะมีเกษตรกรเข้ามาเป็นสมาชิก จำนวน 5,000 ราย หลังปริมาณข้าวหอมมะลิมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตอนนี้จะเห็นว่าเกษตรเริ่มมีการปรับเพื่อเข้าร่วมกับโครงการนี้ แต่ถ้าเทียบสัดส่วนยังน้อยอยู่มาก ขณะที่เทรนด์การบริโภคข้าวทั้งในและต่างประเทศมีการใส่ใจเรื่องสุขภาพและรักษ์โลกมากขึ้น จึงถือเป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวจะต้องมีการปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นสร้างความยั่งยืนในอนาคต
วงศธร โตพงษ์เกษม : ถ่ายภาพ
ขวัญ โม้ชา : รายงาน