รัฐบาลหนุนคนไทยมีบุตรเพิ่ม ชงปรับเพิ่มเพดานลดหย่อนภาษีปีหน้า!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รัฐบาลเตรียมออกมาตรการหนุนให้คนไทยมีลูกเพิ่ม โดยเตรียมเพิ่มการหักลดหย่อนภาษีสำหรับบุตรคนที่ 2 เป็นต้นไป หรือ หักลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท และสามารถหักลดหย่อนกรณีฝากท้องได้ด้วย

วันนี้ (6 ธ.ค.60) นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรเตรียมแก้ไขประมวลรัษฎากรเพื่อเพิ่มค่าลดหย่อนสำหรับคนที่มีบุตร เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีบุตรมากขึ้น จากปัจจุบันที่สังคมไทยมีบุตรน้อยลงและกำลังเข้าสู่สังคมคนชรา หากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้จะกลายเป็นปัญหาทางสังคม คนวัยแรงงาน จำนวนน้อยต้องแบกรับภาระดูแลคนสูงอายุจำนวนมาก โดยกรมสรรพากรจะใช้มาตรการภาษีเพื่อจูงใจให้คนอยากมีลูกมากขึ้นนั้น เป็นเพียงส่วนเดียวเท่านั้น ที่จะช่วยเพิ่มจำนวนประชากรในประเทศ แต่จำเป็นต้องมีมาตรการอื่นๆ เพื่อรองรับด้วย

ทั้งนี้กรมสรรพากรได้แก้ไขประมวลรัษฎากร ในเรื่องค่าลดหย่อนบุตร ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มใช้ในปีภาษี 2561 เป็นต้นไป หรือ ปีภาษีหน้า ซึ่งการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ขณะนี้ได้ส่งตัวร่างให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง พิจารณาแล้ว ขณะที่การแก้ไขกฎหมาย ในเรื่องการลดหย่อนบุตรที่จะเริ่มใช้ในปีหน้า เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้คนมีบุตรมากกว่า 1 คน สำหรับบุตรคนแรก จะได้รับการลดหย่อนตามเดิม คือ 30,000บาทต่อปี แต่สำหรับบุตรตั้งแต่คนที่สองเป็นต้นไป จะสามารถหักลดหย่อนได้คนละ 60,000บาทต่อปี นอกจากนั้นเมื่อตั้งครรภ์แล้วและไปฝากท้องกับโรงพยาบาล กรมฯก็จะให้ค่าลดหย่อนในกรณีฝากครรภ์อีก 60,000 บาทต่อปี

ขณะเดียวกัน จากปัจจุบัน ตามกฎหมายกรมสรรพากร ให้ค่าลดหย่อนบุตร สำหรับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรตามสายเลือด ให้ลดหย่อนบุตร ได้ 30,000 บาทต่อปี โดยไม่จำกัดจำนวนบุตร และทั้งสามีและภรรยา สามารถนำค่าลดหย่อนนี้ไปหักลดหย่อนภาษีได้คนละ 30,000 บาท โดยไม่ต้องหารครึ่ง จากเดิมก่อนหน้านี้กฎหมายเคยกำหนดว่า การหักลดหย่อนบุตรได้ไม่เกิน 3 คน

ด้านนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า นโยบายระยะสั้นและระยะยาวได้เตรียมมาตรการเรื่องการแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตร และการช่วยเหลือเกษตรกร โดยเบื้องต้นขอเวลาประมาณ 3 เดือนที่จะแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรทั้งหมด เชื่อว่าน่าจะมีความชัดเจนที่ดีขึ้น แต่ขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดที่จะเข้าไปแทรกแซง หรือ พยุงราคาสินค้าเกษตร

โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งจะมีแผนทั้งด้านผู้ผลิต ผู้ค้า รวมทั้งกลไกที่เข้าไปบริหารจัดการ และจะไม่มีการแจกเงินให้เกษตรกร แต่อาจจะส่งเสริมให้เปลี่ยนการปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน ทั้งนี้ ยืนยันว่า จะไม่มีการนำยางสต๊อกเก่าที่มีกว่าแสนตันออกมาขาย แต่จะหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อแก้ไขกฏระเบียบพัสดุให้นำมาใช้กับหน่วยงานราชการมากขึ้น ซึ่งในวันศุกร์นี้ (8 ธ.ค.60) จะมีการประชุมร่วมกันระหว่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยมี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เป็นประธาน เพื่อบูรณาการทำงานร่วมกันทั้งด้านการผลิตและการตลาดของสินค้าเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพ

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ