คณะกรรมการมรดกโลกขององค์กรการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก มีมติขึ้นทะเบียนศิลปะการควงแป้งพิซซ่า หรือที่เรียกว่า “ปิซซายูโอโล (pizzaiuolo)” เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ในการประชุมครั้งที่ 12 ที่ เกาะเจจู ประเทศเกาหลีใต้ วันนี้
ศิลปะการควงแป้งพิซซ่านี้มีต้นกำเนิดที่เมืองเนเปิลส์ ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี และสืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น โดยการโยนและควงซ่าในอากาศจะทำให้แป้งแผ่ออกเป็นแผ่นกลมแบน โดยมีขอบหนาเล็กน้อย ซึ่งถือว่าเป็นฐานพิซซ่าที่เหมาะสมที่สุด ทั้งนี้ ก่อนหน้าการประกาศของยูเนสโก มีผู้ลงชื่อสนับสนุนให้เมืองเนเปิลส์นำเสนอศิลปะการควงแป้งพิซซ่าให้ทางยูเนสโกพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรม กว่า 2,000,000 คน
นายเมาริซิโอ มาร์ติโน รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร อาหาร และป่าไม้ ของอิตาลี ได้ทวีตข้อความแสดงความยินดี พร้อมระบุว่า การขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมครั้งนี้ เป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญในการปกป้องวัฒนธรรมอาหารและไวน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของอิตาลี
ทั้งนี้ ยูเนสโกเริ่มขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้เป็นครั้งแรกในปี 2003 ซึ่งที่ผ่านมามีการขึ้นทะเบียนไปแล้วมากกว่า 350 รายการ ขณะที่ปีนี้ มีศิลปะและประเพณีที่เสนอเข้าพิจารณา 34 รายการด้วยกัน โดยนอกจากศิลปะการควงพิซซ่าของอิตาลี มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้อื่นๆ ที่ยูเนสโกได้ประกาศออกมาแล้วในการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ “อัลกัตตัลลาซีรี” ศิลปะการวาดภาพฝาผนังของผู้หญิงในซาอุดีอาระเบีย ศิลปะการจักสานไม้ไผ่ของบังกลาเทศ ที่เรียกว่า “ชีตัล ปาที” เป็นต้น
นอกจากนี้ ศิลปะและวัฒนธรรมที่เสี่ยงต่อการหายสาบสูญจะถูกจัดให้อยู่ในบัญชีอนุรักษ์เร่งด่วน เพื่อได้รับความช่วยเหลือเป็นพิเศษจากยูเนสโกอีกด้วย เช่น ภาษาที่ใช้การผิวปากแทนการพูดเพื่อติดต่อกันข้ามหุบเขาในตุรกี ซึ่งปัจจุบันกำลังถูกคุกคามจากโทรศัพท์มือถือ หรือศิลปะการเต้นรำและป้องกันตัวในโมรอกโกที่เรียกว่า “ทัสกิวิน” ที่ไม่เป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ซึ่งสนใจวัฒนธรรมภายนอกอันเนื่องมาจากกระแสโลกาภิวัฒน์มากกว่า ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ของยูเนสโก ครั้งที่ 12 จะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 9 ธันวาคมนี้
AFP