วันนี้ (7 ธ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา ตำรวจตรวจพบอาวุธสงครามจำนวนมาก ที่ จ.ฉะเชิงเทรา และพบความเชื่อมโยงว่าถูกนำไปใช้สร้างสถานการณ์ทางการเมืองปี 2557 จนขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 5 คน ล่าสุดมีรายงานว่าผู้ต้องหาบางรายหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ขณะช่วงเย็นที่ผ่านมามีผู้ต้องหา 1 ราย ยอมเข้ามอบตัวเป็น อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 3
ผู้ต้องหาคนดังกล่าว คือ พลโทมนัส เปาริก อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 3 ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีครอบครองอาวุธสงคราม ตำรวจใช้เวลาสิบปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมงตั้งแต่เวลาประมาณ 17.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม หลังพลโทมนัสเดินทางเข้ามามอบตัวพร้อมทนายความส่วนตัว เบื้องต้น ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อ้างว่า ขอเวลาปรึกษากับทีมกฎหมายและจะเข้ามาให้ปากคำอีกครั้ง ซึ่งตำรวจนัดมาให้ปากคำวันที่ 25 ธันวาคม
พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยระหว่างเดินทางมาตรวจสำนวนคดีว่า เมื่อพลโทมนัส อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 3 ผู้ต้องหาตามหมายจับเข้ามามอบตัว พนักงานสอบสวนจึงให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 200,000 บาท แม้ว่าจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาก็ตาม
สำหรับคดีนี้มีผู้ต้องหาที่ยังไม่มอบตัว 4 คน ได้แก่ ชัยวัฒน์ หรือ เปี๊ยก ผลโพธิ์ นายสมเจตน์ หรือ สน คงวัฒนะ นายจักรินทร์ เรืองศักดิ์วิชิต หรือเสธ.ไก่ และ จักรภพ เพ็ญแข แกนนำ นปช. ผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิด ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเป็นอั้งยี่
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนกำลังประสานกระทรวงการต่างประเทศ หลังมีการข่าวว่า ผู้ต้องหาบางรายหลบหนีจากไทยไปแล้ว เบื้องต้นตรวจสอบสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยังไม่พบรายชื่อบุคคลเหล่านี้ข้ามแดน และที่มีการตั้งข้อสังเกตุว่า คดีอาวุธสงครามเป็นการขยายเวลาปลดล็อคการเมืองของรัฐบาลหรือไม่ พลตำรวจเอกศรีวราห์ ไม่แสดงความเห็นเรื่องนี้ ส่วนความเชื่อมโยงคดีพบอาวุธสงครามจังหวัดฉะเชิงเทรา พลตำรวจเอกศรีวราห์ ระบุว่า มีความเชื่อมโยงเหตุระเบิด อาวุธสงคราม ที่เคยเกิดขึ้น 18 คดี เมื่อปี 2557 และ 2560 เช่น เหตุระเบิด M79 ที่สำนักงาน ป.ป.ช. ปี2557 และคดีอาวุธสงครามบริษัทไทยแม็กซ์กรุ๊ป ที่นายวุฒิพงศ์ กชธรรมมคุณ หรือ โกตี๋เกี่ยวข้องเมื่อเดือนมีนาคม 2560ในจังหวัดปทุมธานี