วันนี้ (8 ธ.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Athapol Anunthavorasakul” โพสต์รูปภาพพร้อมระบุข้อความว่า ใจหายเลย แวะมาซื้อนิตยสาร ทำให้ได้ทราบว่า ดอกหญ้าสยามจะปิดกิจการสิ้นเดือน ธ.ค. นี้นะครับ เนื่องจากสู้ค่าเช่าไม่ไหว และเจ้าของที่ให้เช่าช่วงต่อไม่อยากให้ซอยเป็นช่องเล็กๆ แต่อยากให้ทำเป็นห้องใหญ่กว่านี้ ซึ่งต้องจ่ายค่าเช่ามากขึ้นอีก โดยที่ผ่านมาร้านก็ไม่ได้มีรายได้หลักจากการขายหน้าร้านสักเท่าไหร่ อาศัยการรับสั่งและส่งหนังสือไปต่างประเทศเป็นหลัก ทำให้จะปิดตำนาน “ร้านดอกหญ้าสยาม” ตามร้านเก่าแก่ของย่านนี้ไปอีกราย อุดหนุนกันมา 29 ปี อีกหน่อยตนจะไปหาซื้ิอนิตยสารได้ที่ไหนกันละ
หลังจากมีกระแสข่าวว่า “ร้านดอกหญ้า” สาขาสยาม ร้านหนังสือเก่าแก่ที่คู่สยามมายาวนานจะปิดตัวลง ล่าสุดทีมข่าวนิวมีเดีย พีพีทีวี ได้สอบถามกับร้านดอกหญ้า สาขาสยาม ก่อนจะได้รับคำยืนยันว่า จะปิดร้านจริงเนื่องจากหมดสัญญาเช่า แต่ไม่ใช่ปิดกิจการ แต่ในอนาคตจะมีการต่อสัญญาหรือไม่ต่อสัญญา ต้องรอการประชุมอีกครั้ง หากมีการต่อสัญญาก็คงอยู่ที่เดิม แต่ถ้าไม่ได้ต่อนั้นก็คงต้องหาที่ใหม่ พร้อมยอมรับว่ายอดขายที่ร้านในระยะหลังไม่ดี เนื่องจากคนมาเริ่มอ่านทางโซเชียลมากขึ้น ต่อไปร้านก็จะปรับเปลี่ยนเป็นสินค้าแนวพ็อคเก็ตบุ๊คมากขึ้น ส่วนนิตยสารก็คงไม่เน้นแล้ว เพราะมีปิดไปหลายหัว
โดยก่อนหน้านี้ ร้านหนังสือดอกหญ้า สาขาอุดรธานี ก็เพิ่งประกาศปิดกิจการไปเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เช่นเดียวกัน ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Duangnapha Mokkaranurak” โพสต์ข้อความระบุว่า ไม่อยากเลิกก็ต้องเลิก ด้วยความเปลี่ยนแปลงวิธีการอ่านหนังสือของคนยุคนี้ ทำให้ ร้านหนังสือดอกหญ้า สาขาอุดรธานี แบกรับภาระต้นทุนที่สูงกว่ารายได้มาหลายปี
“แต่ด้วยเพราะรักและอยากมีหนังสือดีๆ ให้ชาวอุดรได้อ่าน รวมไปถึงเจ๊เอ็ง คนที่รักการอ่านและ มีความสุขจากการหาหนังสือดีๆ มาไว้ในร้าน ไม่อยู่แล้ว ประกอบกับ สภาวะ เศรษฐกิจและต้นทุนที่สูงขึ้น แบบนี้ ไม่ไหวจริงๆค่ะ 1-30 พฤษภาคม 2560 นี้ เรียนเชิญทุกท่านมาเลือกซื้อหนังสือราคาพิเศษกันนะคะ” เจ้าของร้านหนังสือดอกหญ้า สาขาอุดรธานี กล่าว
โดยจะเห็นได้ว่าการที่ร้านหนังสือปิดสาขาลงนั้น เป็นผลมาจากพฤติกรรมของผู้อ่านเปลี่ยนไปตามยุคสมัยและเทคโนโลยี ทำให้สื่อสิ่งพิมพ์ขายได้น้อยลง และร้านหนังสือก็ได้ผลกระทบในเรื่องของรายได้ตามมาด้วย ดังเช่น สื่อสิ่งพิมพ์นิตยสารชื่อดังที่เพิ่งประกาศปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ คือ นิตยสารขวัญเรือน ที่ยุติการจัดทำและตีพิมพ์ ไว้แค่ฉบับที่ 1102 (เดือนธันวาคม) ซึ่งเป็น นิตยสารขวัญเรือน ฉบับสุดท้าย จากการตีพิมพ์จนกลายเป็นตำนานมากว่า 49 ปี ด้านบริษัทให้เหตุผลว่า เนื่องด้วยสภาวะเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย โดยเฉพาะยุคสื่อโซเชียลที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้ส่งผลกระทบต่อสื่อสิ่งพิมพ์ ทั้งในด้านของการขายโฆษณาและยอดจำหน่าย
อ่านข่าว : ปิดตัว!! “สื่อสิ่งพิมพ์” นักวิชาการแนะใช้ “สื่อออนไลน์” ต่อลมหายใจ
ขณะที่ ผศ.สุรสิทธิ์ วิทยารัฐ อาจารย์ประจำภาควิชาวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา แสดงความคิดเห็นว่า การปิดตัวลงของนิตยสาร สาเหตุมาจากกลุ่มผู้อ่านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับสาร ทำให้ส่งผลกระทบต่อสื่อสิ่งพิมพ์ เมื่อผู้อ่านลดลงรายได้ก็ลดลงตามไปด้วย ดังนั้นสื่อสิ่งพิมพ์ต้องหันมาใช้สื่อดิจิทัลมาเป็นตัวเสริม เช่น นำเสนอในรูปแบบเว็บไซต์ , E-Book หรือ E-Magazine และเฟซบุ๊ก ที่มีความรวดเร็วในการส่งต่อข้อมูล ขณะเดียวกันนอกจากจะเพิ่มช่องทางการนำเสนอแล้ว ยังต้องปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้ทันสมัย สอดคล้องกับยุคปัจจุบันให้มากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม การปิดตัวของสื่อสิ่งพิมพ์นั้น คงจะไม่ใช่ผลกระทบของสำนักพิมพ์ฝ่ายเดียวอีกต่อไป แต่อาจจะส่งกระทบต่อร้านขายหนังสืออีกจำนวนมาก ที่ยอดขายตกและขาดรายได้เหมือนกัน ซึ่งเป็นผลจากผู้อ่านเปลี่ยนพฤติกรรม รวมถึงยุคสมัยที่สื่อโซเชียลเข้ามามีบทบาทมากขึ้นทุกที พร้อมกับค่อยๆ กลืนกินสื่อสิ่งพิมพ์ดั่งเดิม หรือคงจะใกล้ถึงอวสานของสื่อกระดาษ ในเร็วๆ นี้
ขอขอบคุณรูปภาพจาก : “Athapol Anunthavorasakul” และ “Duangnapha Mokkaranurak”