Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

"ผี" มีจริงไหม? ไขคำตอบโลกหลังความตายด้วยเหตุผลที่อธิบายได้

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ใคร ๆ ก็บอกว่าคนน่ากลัวกว่าผี แต่ทำไมเรายังกลัวผีอยู่ดี! เปิดเหตุผลทางศาสนาและวิทยาศาสตร์ที่จะเฉลยว่าแท้จริง ผีมีตัวตนอยู่จริง ๆ หรือเปล่า

หากถามว่าคนหนึ่งคนจะกลัวอะไรได้ เชื่อว่าต้องหนีไม่พ้นการ "กลัวผี" บางคนกลัวทั้งที่ไม่เคยสัมผัส ไม่เคยพบเจอ แค่พูดถึงจินตนาการก็สั่งสมองให้สร้างภาพขึ้นมา และทำให้เกิดความกลัวได้แล้ว หรือหลายคนที่นั่งยันนอนยันเลยว่าเคยเจอมากับตัว ผีมีอยู่จริง ๆ นั้น แท้จริงแล้ว ผี มีอยู่จริงหรือแค่คิดไปเอง กับเหตุผลทางศาสนาและวิทยาศาสตร์ที่จะมาตอบคำถาม ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับโลกหลังความตาย

 

ผี" มีจริงไหม? ไขคำตอบโลกหลังความตาย Shutterstock/-
ผี" มีจริงไหม?
ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้อธิบายว่า “ผี” คือ สิ่งที่มนุษย์เชื่อว่าเป็นสภาพลึกลับ มองไม่เห็นตัว แต่อาจจะปรากฏเหมือนมีตัวตนได้ อาจให้คุณหรือให้โทษได้ มีทั้งดีและร้าย

ผีชั้นดีเป็นผีที่มีฤทธิ์หรือออกแนวกึ่งผีกึ่งเทวดา เช่น ผีบ้านผีเรือน ผีที่เป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่หรือเจ้าที่ ผีฟ้า รุกขเทวดา (เทวดาที่สิงอยู่ตามต้นไม้ หรืออาจจะเป็นผี แต่สิงอยู่ตามต้นไม้และไม่ทำร้ายใคร) และนางไม้ (อาทิ ผีตานี นางตะเคียนก็ด้วย) ฯลฯ

ผีชั้นเลว จะอยู่ในกลุ่มผีที่ชอบทำร้ายคนอื่นหรือให้โทษแก่ผู้คน หรือผีที่เกิดจากการก่อกรรมไม่ดีเอาไว้ เช่น ผีปอบ ผีกระสือ ผีเป้า  ผีโพง ผีกระหัง ผีกองกอย เป็นต้น

คอนเทนต์แนะนำ
ปฏิทินวันพระ 2566 เช็กเลยตรงกับวันไหนบ้าง วางแผนทำบุญได้ตลอดปี
เปิดวิธีสักการบูชา “พระสทาศิวะ” พระศิวะ 5 เศียรหน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์

ผี" มีจริงไหม? ไขคำตอบโลกหลังความตาย Shutterstock/-
ผี" มีจริงไหม?
ผีไม่มีอยู่จริง ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าท่านไม่เคยบอกว่าผีนั้นมีตัวตน ผีเป็นคำไทยที่ใช้เรียกแต่ในทางธรรมไม่มีกล่าวถึง ตามที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ท่านแบ่งไว้เพียงกามภูมิมี 11 ชั้น คนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ อยู่ที่ 7 ชั้นบนคือ กามสุคติภูมิ ส่วนอบายภูมิ 4 ชั้นล่าง มีสัตว์เดรัจฉาน อสุรกาย เปรต และ นรกภูมิ

ดังนั้น ผี และ วิญญาณ จึงไม่มี แต่มีเพียง เปรต หรือ อสุรกาย เป็นสิ่งที่เราสามารถเห็นได้ (บางครั้ง) เพราะ เปรตหรืออสุรกายนั้น หลังจากสิ้นไปจาก ภพภูมิ ที่เป็นกายหยาบ (ภพมนุษย์) ก็จะได้กายใหม่ อัตตาที่สำเร็จด้วยใจ และด้วยการที่ยังยึดติดกับขันธ์ห้า แต่จะเป็นด้วย กุศล หรือ อกุศล ก็ตามแต่จิตสุดท้ายส่วนสิ่งที่บรรดาคนที่มีจิตสื่อถึงได้เห็นบ้างนั้น เป็นเปรต หรือ อสุรกาย เท่านั้น

คำว่า "ผี" ตามความเข้าใจส่วนใหญ่จะเข้าใจกันว่า เป็นบุคคลที่ตายแล้วและก็เป็นวิญญาณล่องลอยและปรากฏให้เห็นได้ แต่ในความเป็นจริงที่เป็นสัจจธรรมแล้ว เมื่อตายแล้วคือจุติจิตเกิดขึ้น ปฏิสนธิจิต (การเกิด) เกิดต่อ เปลี่ยนภพภูมิทันที ไม่ได้หมายถึงวิญญาณที่ล่องลอยอย่างที่ปัจจุบันเข้าใจกัน

คำว่า "วิญญาณ" ในพระพุทธศาสนา ไม่ใช่หมายถึง วิญญาณล่องลอยที่เป็นผีตามที่เข้าใจกัน แต่ถูกอธิบายว่าเป็นหนึ่งในขันธ์ห้า คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ซึ่งเป็นเพียงเป็นธาตุรู้เท่านั้น วิญญาณเกิดได้ เพราะมีสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ(ปฎิจสมุปบาท) ถ้าปราศจาก สังขาร วิญญาณก็จะไม่มีเช่นกัน

ผี" มีจริงไหม? ไขคำตอบโลกหลังความตาย Shutterstock/-
ผี" มีจริงไหม?

แล้วในทางวิทยาศาสตร์อธิบายเรื่อง "ผีสาง" ไว้อย่างไร?

นักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาอธิบายหลายครั้งว่า “ผีไม่มีจริง” และเป็นเพียงแค่ “กลุ่มพลังงาน” แต่ใครหลายคนที่เจอกับตัวก็มักจะค้านกับหลักการนี้อย่างสุดขีด ทั้งนี้ เนื่องจากมันเป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้แน่ชัดทางวิทยาศาสตร์ แต่ก็มีเหตุผลที่สามารถอธิบายปรากฏการณ์สำหรับความรู้สึกเหนือธรรมชาติที่มีรากฐานมาจากวิทยาศาสตร์ ดังนี้

1. ผีอำ หรือ ภาวะ Sleep Paralysis

ผีอำ หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่าภาวะ Sleep Paralysis เป็นภาวะที่ร่างกายรู้สึกตัวแต่ไม่สามารถขยับร่างกายได้ มักจะเกิดขึ้นในขณะที่กำลังกึ่งหลับกึ่งตื่น อาการนี้มักเกิดขึ้น 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงใกล้หลับ  25% และใกล้ตื่น 75% หากมีความผิดปกติในการนอนหลับเราทุกคนก็มีโอกาสที่จะมีอาการ "ผีอำ" ได้ เพราะสมองถูกรบกวนขณะที่กำลังทำงานในสภาวะวัฏจักร หลับ-ตื่น โดยอาจจะรู้สึกได้หลายรูปแบบ เช่น เห็นภาพคนลักษณะที่ไม่ชัดเจนเป็นภาพมัว ๆ  หรือรู้สึกตัวแต่ขยับร่างกายไม่ได้ พยายามเท่าไหร่ก็ไม่มีแรงเคลื่อนไหว และอย่างสุดท้ายคือรู้สึกหายใจไม่ปกติ จุกที่อกเหมือนกำลังโดนทับอยู่

2. พลังงานที่เปลี่ยนรูป 

นักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักหลายคนในอดีตพยายามอธิบายการมีอยู่ของผี อย่างเช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้เสนอพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับการมีอยู่จริงของผี โดยอ้างอิงกฎ First Law of Thermodynamics เมื่อพลังงานไม่สามารถสร้างหรือทำลายได้ แต่เพียงเปลี่ยนรูปแบบ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับพลังงานในร่างกายของคนเราเมื่อตายไป พลังงานที่ปรากฏนั้น คือ ผีใช่หรือไม่ เมื่อเจาะลึกลงไปในฟิสิกส์พื้นฐาน คำตอบที่ได้นั้น คือ หลังจากที่คนตาย พลังงานในร่างกายของคนเราจะกลับคืนสู่สิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เมื่อตายไปพลังงานจะถูกปลดปล่อยออกมาในรูปของความร้อน ส่วนของร่างกายจะถูกย่อยสลายโดยสัตว์ แบคทีเรีย รวมถึงการดูดซึมของพืช

3. อำนาจของจิต 

จิตและความคิดของคนเราเป็นสิ่งที่ทรงพลังอำนาจเหนือว่าที่คนเราคิดไว้ คนเรามักจะคิดว่าตัวเองเป็นนักคิดที่มีเหตุผล แต่บ่อยครั้งที่คนเรามีความคิดที่เอนเอียงทำให้เราเข้าใจผิด พยายามเชื่อมโยงเหตุการณ์หรือจินตนาการที่สอดคล้องกับสิ่งที่ได้รับรู้มา เช่น หากมีคนบอกว่า ตึกหลังนี้มีผีสิงอยู่ เมื่อคนเราได้ยินเช่นนั้น เราจะเริ่มสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ผิดปกติ ได้ยินเสียงที่ไม่สามารถอธิบายได้ และคิดว่าสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นจากผีจริงๆ 

4. คลื่นเสียงความถี่ต่ำ การได้ยินเสียงที่ชวนขนลุก

หูของคนเราสามารถรับคลื่นเสียงได้ที่ระดับความถี่ตั้งแต่ 20 ถึง 20,000 เฮิรตซ์ หรือเป็นช่วงความถี่ที่เรียกว่า โซนิค (Sonic) โดยเสียงที่มีระดับความถี่เกินกว่า 20,000 เฮิรตซ์ หรือ คลื่นเหนือเสียง หรือที่เรียกว่า อัลตร้าโซนิค (Ultrasonic) นั้น หูของคนเราไม่สามารถรับรู้ได้ ซึ่งแตกต่างจากสัตว์

ถึงแม้ว่าหูของคนเรานั้นจะไม่ได้ยินเสียงความถี่ต่ำ แต่เสียงในช่วงความถี่นี้ไม่ได้ถูกมองข้ามไป เนื่องจากส่งผลและก่อให้เกิดความรู้สึกในกลุ่มคน โดยในอดีตมีการศึกษาและพบว่า 22% ของผู้ชมคอนเสิร์ตสัมผัสกับเสียงที่ความถี่ 17 เฮิรตซ์ กลุ่มคนเหล่านี้ เกิดความรู้สึก ไม่สบายใจ เศร้าโศก หนาวสั่น หรือหวาดกลัว อีกทั้ง ยังพบว่าทำให้เกิดผลทางสรีรวิทยา เช่น หัวใจเต้นเร็ว การเปลี่ยนแปลงของระบบทางเดินหายใจ และสามารถบิดเบือนลูกตาทำให้เห็นภาพเลือนลางได้อีกด้วย

5. คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

การเผชิญหน้ากับปรากฏการณ์คล้ายกับการเจอผีนั้น ได้มีทฤษฎีอธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในสนามแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ electromagnetic fields (EMF) ที่ถูกสร้างขึ้นจากวัตถุที่มีประจุ คลื่นพลังงานมีจัดเรียงตามสเปกตรัมตามความยาวคลื่น เมื่อความยาวคลื่นลดลง พลังงานของคลื่นจะเพิ่มขึ้น โดยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าแผ่ออกจากวัตถุเป็นคลื่นพลังงานในรูปแบบต่างๆ ซึ่งแหล่งที่มาของ EMF นั้น เกิดได้จากทุกสิ่งอย่าง ตั้งแต่เต้าเสียบไฟที่ผนังบ้าน ไปจนถึงพายุฝนฟ้าคะนอง

นักประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัย Laurentian ในแคนาดา ได้ศึกษาการใช้สนามแม่เหล็กอ่อนกับกลีบสมอง ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการรับรู้และความจำ ซึ่งอาจทำให้คนมีประสบการณ์ที่เหมือนการรับรู้และการได้สัมผัสกับสิ่งเหนือธรรมชาติ โดยใช้เครื่องที่ปล่อย EMF ระดับอ่อน ๆ 

อย่างไรก็ตาม เรื่อง "ผี" ถือเป็นเรื่องลี้ลับทางความเชื่อที่ละเอียดอ่อน แม้จะมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่อธิบายได้ก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถจะอธิบายปรากฏการณ์อำนาจของสิ่งลี้ลับได้ทั้งหมอ แม้หลายคนจะไม่เชื่อเรื่องผีหรือวิญญาณ แต่กว่า 90% ไม่อยากลบหลู่ เมื่ออ่านบทความนี้จบลงหวังว่าทุกท่านจะใช้วิจารณญาญ ที่เป็นเหตุและผล เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ความกลัวกลายเป็นอาวุธให้มิจฉาชีพหยิบยื่นมาทำร้ายให้ผิดหวังหรือเสียชื่อเสียงและเงินทองได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักงานที่ปรึกษาด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

THAI FIGHT LEAGUE

THAI FIGHT LEAGUE

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ