วันนี้ (11 ธ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย พลเรือตรี พิสิษฐ์ ทองดีเลิศ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงนครพนม (นรข.) และ พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม แถลงการตรวจยึดกัญชาอัดแท่ง จำนวน 610 แท่ง น้ำหนักแท่งละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนัก 610 กิโลกรัม ห่อด้วยกระดาษฟอยล์ สีทอง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นสกัญชาคุณภาพเกรดเอ มีสภาพใหม่พึ่งมีการเก็บมาอัดบรรจุ นำส่งขาย เชื่อว่าจะมีการลักลอบนำเข้ามาสต็อกรอส่งขายในช่วงปีใหม่
โดยการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 10 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ นรข.ได้สืบทราบว่า จะมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดในพื้นที่ชายแดน จึงระดมกำลัง ร่วมกันวางแผนลงพื้นที่สกัดกั้นปราบปรามจับกุม จนกระทั่งสามารถตรวจยึดกัญชาของกลางดังกล่าวได้ ขณะขบวนการค้ากัญชา ได้มีการลักลอบนำเรือหางยาวขนกัญชามาพักไว้บริเวณริมฝั่งแม่น้ำสงคราม เขตบ้านไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ซึ่งเป็นจุดเชื่อมไปยังแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติขับเรือหนี ตรวจสอบพบมีกัญชาบรรจุกระสอบปุ๋ย จำนวน 15 ถุง ทิ้งไว้บริเวณริมแม่น้ำ จึงตรวจยึดเป็นของกลาง
ด้าน พลเรือตรี พิสิษฐ์ ทองดีเลิศ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงนครพนม กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบ พบว่ากัญชาดังกล่าวน่าจะมีการลักลอบลำเลียงขนมาทางเรือหางยาว เพื่อนำมาพักรอการส่งต่อไปขาย เนื่องจากช่วงนี้ใกล้เทศกาลปีใหม่ ทำให้มีการลักลอบนำเข้ามาขาย มากขึ้น ส่วนกัญชาดังกล่าวตรวจสอบพบว่ามีการห่อบรรจุในกระดาษฟอยล์สีทอง และตรวจสอบคุณภาพเป็นกัญชาพึ่งห่อบรรจุใหม่ เชื่อว่าเป็นกัญชาคุณภาพเกรดเอ ราคาสูง ซึ่งจากการตรวจสอบเชื่อว่าจะมีราคาซื้อขายในชายแดน ประมาณ กิโลกรัมละประมาณ 5,000 บาท เมื่อนำเข้าถึงไทยจะมีราคาสูงไม่ต่ำกว่า กิโลกรัมละ 20,000 บาท ส่วนของกลางตรวจยึดครั้งนี้ ค่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
โดยทาง นรข.จะได้ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพิ่มมาตรการเข้มในการสกัดกั้นปราบรามจับกุม ในพื้นที่เป้าหมายอำเภอชายแดน ที่ลักลอบขนบ่อย เพราะเชื่อว่าจะมีการทะลักนำเข้ามากขึ้น รวมไปถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับประชาชน ในพื้นที่แจ้งเบาะแส และในพื้นที่ จ.นครพนม ในช่วงเดือนที่ผ่านมาถือว่า มีการจับกุมตรวจยึดยาเสพติดจำนวนมาก ในรอบเดือนเดียว ยึดยาบ้าได้มากกว่า 4,000,000 เม็ด กัญชามากกว่า 1 ตัน ซึ่งจะต้องร่วมกันระหว่าง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ชุมชน ในการช่วยกันสอดส่องดูแล ป้องกันปราบราม ต่อเนื่อง