เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์คุมตัว พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการสอบสวนกลาง พร้อมพวกรวม 6 คน จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หลังศาลขอเบิกตัวมาฟังคำพิพากษาในคดีแอบอ้างสถาบันเรียกรับผลประโยชน์ส่วยน้ำมันเชื้อเพลิง และคดีแอบอ้างสถาบันเรียกรับประโยชน์ในการซื้อขายตำแหน่งต่างๆ ในกองบัญชาการสอบสวนกลาง
ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์คำฟ้องแล้วเห็นว่าจำเลยมีความผิดจริงตามฟ้องทั้ง 2 สำนวน ซึ่งในสำนวนคดีแอบอ้างสถาบันเรียกรับผลประโยชน์ส่วยน้ำมันเชื้อเพลิงที่ พล.ต.ท..พงศ์พัฒน์ ร่วมกับพวกรวม 3 คน ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงพิพากษาจำคุกทั้ง 3 คน คนละ 10 ปี แต่ให้การเป็นประโยชน์ลดโทษเหลือจำคุก 5 ปี แต่เฉพาะ พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อดีตผู้บังคับการตำรวจน้ำ ศาลลงโทษในข้อหาหมิ่นเบื้องสูง สั่งจำคุก 5 ปี รวมเป็น 15 ปี แต่ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือจำคุก 7 ปี 6 เดือน
ส่วนคดีแอบอ้างสถาบันเรียกรับประโยชน์ในการซื้อขายตำแหน่งต่างๆ ในกองบัญชาการสอบสวนกลางที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ร่วมกับ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง และพวกรวม 5 คน
นอกจากนี้ พิพากษาจำคุก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และ พล.ต.ต.โกวิทย์ คนละ 20 ปี แต่ให้การเป็นประโยชน์ลดโทษเหลือคนละ 10 ปี ส่วนจำเลยที่เหลือ พิพากษาจำคุกคนละ 12 ปี ให้การเป็นประโยชน์ลดโทษเหลือคนละ 6 ปี
สำหรับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ก่อนหน้านี้ศาลอาญามีคำพิพากษามาแล้ว 3 สำนวน คือ ร่วมกันให้มีการเล่นพนันบ่อนโคลอนเซ่ ย่านพระรามเก้า และร่วมกันหมิ่นเบื้องสูง ผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ และ ผิด พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จำคุกรวม 16 ปี 9 เดือน
อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมโทษจำคุกอดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 3 สำนวนกับคดี 2 สำนวนที่ศาลพิพากษาในวันนี้ (26 ก.พ. 58) รวมจำคุก ทั้งสิ้น 31 ปี 9 เดือน