ภายหลังศาลปกครองสูงสุด จังหวัดเชียงใหม่ พิพากษาให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. จ่ายเงินชดเชยให้ผู้ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง
นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. น้อมรับคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุด และพร้อมจ่ายเงินค่าสินไหมชดเชย รวมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ให้ผู้เข้าเกณฑ์เงื่อนไขได้รับเงินชดเชยตามคำพิพากษาเดิมปี 2548 จำนวน 131 คน จากจำนวนชาวบ้านที่ยื่นเรียกค่าเสียหาย 477 คน คิดเป็นเงินกว่า 46 ล้านบาท
ส่วนกรณีที่ศาลกำหนดเงื่อนไขการจ่ายค่าสินไหมชดเชยเพิ่มเติม กฟผ. จะปรึกษากับศาลอีกครั้ง เพื่อคำนวณการจ่ายสินไหม คาดว่า จะเริ่มจ่ายเงินได้ในวันที่ 13 มีนาคมนี้
กฟผ.ต้องจ่ายค่าชดเชยให้ผู้ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ตั้งแต่ปี 2546 โดยกำหนดการจ่ายเงินชดเชย ต่ำสุดคนละ 2 หมื่นบาท และสูงสุดคนละ 2 แสน 4 หมื่นบาท
ด้านนางปราณี อินปัญโย อายุ 43 ปี ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบกล่าวว่า ตนได้รับเงินชดเชยเพียง 200,000 บาท ถือว่าไม่พอกับการที่ครอบครัวต่อสู้มานาน และต้องย้ายบ้านออกจากพื้นที่ อ.แม่เมาะ ไปอยู่ที่อื่น ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าวไม่พอในการดำเนินการแน่นอน
อย่างไรก็ตาม นางมะลิวรรณ นาควิโรจน์ ประธานเครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ กล่าวว่า พอใจในคำตัดสินของศาล ซึ่งได้ต่อสู้มาด้วยระยะเวลาที่ยาวนานถึง 11 ปี ตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน และได้พิสูจน์ให้สาธารณชนรู้ว่า ชาวบ้านได้รับผลกระทบจริง ต่อจากนี้ไปจะทำให้เป็นต้นแบบชุมชนอื่น ที่จะต้องลุกขึ้นต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเอง และกรณีดังกล่าวจะเป็นตัวอย่างให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตระมัดระวังในการผลิตกระแสไฟฟ้าจากถ่านหิน ได้คำนึงถึงความสำคัญต่อไป