วันนี้ (22 ธ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภุชพงค์ โนดไธสง ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยผลสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนในช่วงมกราคม – มิถุนายน 2560 พบว่า ครัวเรือนไทยทั่วประเทศมีรายได้เฉลี่ย 26,973 บาทต่อเดือน มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 21,897 บาทต่อเดือน โดยรายได้และค่าใช้จ่ายของครัวเรือนไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นเกือบทุกกลุ่มอาชีพ ซึ่งอัตราการเพิ่มของรายได้อยู่ที่ 0.1% ซึ่งน้อยกว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น 1.7% ทำให้ในปีนี้ครัวเรือนมีรายได้ส่วนหนึ่งเหลือเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการชำระหนี้และการออมจำนวน 5,076 บาทต่อเดือน
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบหนี้สินต่อรายได้ของครัวเรือนในรอบ 11 ปี (2550-2560) พบว่า หนี้สินต่อรายได้ในปี 2554 และ 2558 ต่ำสุด แล้วเพิ่มขึ้นในปี 2560 ซึ่งส่วนใหญ่ครัวเรือนใดที่มีรายได้สูง จะมีค่าใช้จ่ายและหนี้สินสูงตามเช่นเดียวกัน สำหรับหนี้นอกระบบของครัวเรือนในปี 2560 เพิ่มขึ้นจากปี 2558 จาก 4.9% เป็น 6.2% และมีหนี้สินทั้งในระบบและนอกระบบเพิ่มขึ้นจาก 3.7% เป็น 4.6%
โครงสร้างแรงงานไทย ปี 2560 ผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงาน 3,800,000 คน มีงานทำ 37,540,000 คน ว่างงาน 460,000 คน คิดเป็นอัตราว่างงาน 1.2% ถือว่าอัตราว่างงานต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยผู้ที่ว่างงานมากที่สุด คือผู้ที่จบการศึกษาระดับอุดมศึกษา ปริญญาตรีและโท เป็นเพราะลาออกจากงานและเลือกงานทำ งานภาคบริการและการค้า ลาออกจากงานมากที่สุด รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมการผลิต
ส่วนการพิจารณาปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ของกระทรวงแรงงาน คาดว่าจะมีการประชุมหาข้อสรุปในเร็วๆนี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่าง การนัดหมายกรรมการค่าจ้างกลางประชุม ซึ่งมีทั้งหมด 15 คน จาก 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ตัวแทนฝ่ายนายจ้าง ,ตัวแทนฝ่ายลูกจ้าง และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากครบองค์ประชุมก็ดำเนินการทันที โดยอย่างช้าสุดข้อสรุปจะต้องได้ภายในเดือนมกราคมปีหน้า
ด้านนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ย้ำว่า การปรับค่าจ้างขั้นต่ำต้องเพิ่มเท่ากันทั่วประเทศ โดยจากผลการสำรวจพบว่า แรงงานต้องได้ค่าจ้างขั้นต่ำประมาณ 360 บาท เนื่องจากการสำรวจหนี้แต่ละคน ณ ปัจจุบัน พบว่ามีหนี้สินเฉลี่ยต่อวันถึง 225 บาท 87 สตางค์