วันนี้ (27 ก.พ. 58) ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิรุจ สุวะดี อายุ 72 ปี และนางวันทนีย์ สุวะดี อายุ 66 ปี บิดาและมารดาของ ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี พร้อมด้วย น.ส.ปณิตา สุวะดี พี่สาวของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รรท.ผบช.ก. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. และ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ บก.ป.เพื่อส่งฟ้องพร้อมสำนวนการสอบสวนคดีหมิ่นเบื้องสูง ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน และใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานแจ้งความเพื่อกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา ภายหลังจาก น.ส.ศวิตา มณีจันทร์ อายุ 31 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ชาว อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ก่อนหน้านี้
ด้าน พล.ต.ต.ฐิติราช เปิดเผยว่า คดีนี้เมื่อทางพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานๆ และสรุปสำนวนคดีเสร็จสิ้นแล้ว จึงนัดหมายให้นายอภิรุจและนางวันทนีย์ มาพบเพื่อส่งฟ้องคดีต่ออัยการและศาลอาญาต่อไป โดยได้คัดค้านการประกันตัวด้วย
ขณะที่ พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวถึงการดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ ว่าเป็นไปตาม ป.วิอาญา มาตรา 142 โดยก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการตาม ป.วิอาญา มาตรา 134 จากนี้จะส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมตัวผู้ต้องหาต่ออัยการ แต่ก่อนจะไปอัยการจะไปที่ศาลเพื่อขอหมายศาลก่อน ขณะนี้ผู้ต้องหาในคดีมีเพียง 2 ราย ส่วน น.ส.ปณิดา พิจารณาอนุญาตให้สามารถอยู่ใกล้ชิดกับผู้ต้องหาได้ เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งสองเป็นผู้สูงอายุและสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง
นางวันทนีย์ กล่าวว่า ให้การรับสารภาพไปหมดแล้วทุกอย่าง สิ่งที่ทำไป พูดไป เป็นความไม่ตั้งใจ ก็มีแค่นั้นแหละ สารภาพหมดแล้วในทุกข้อกล่าวหา อยากจะบอกเพียงว่ายังคงรักและเทิดทูนสถาบันเหมือนเดิม สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงชุบเลี้ยงมา สำนึกอยู่ทุกวันทุกคืนไม่เคยลืมเลย มีสิ่งที่พี่น้องคนในตระกูลไปแอบอ้างหรือว่าญาติอย่างท่านพงศ์พัฒน์ไปแอบอ้างเปิดบ่อนการพนัน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันและครอบครัวด้วย ไม่ได้โดนบีบบังคับ พูดออกมาจากใจจริง พูดมาด้วยความสำนึกจริงๆ
ส่วนนายอภิรุจ กล่าวว่า สำนึกผิดแล้ว ก็ไม่รู้จะพูดอะไร เคยทำอะไรไปโดยไม่ทันได้คิด ข่าวที่ออกมานั้นทำให้สถาบันเบื้องสูงได้รับความเสียหาย เรื่องการพนันเรื่องบ่อนอะไรนั่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถาบัน จะมีก็ส่วนตัวที่ท่านพงศ์พัฒน์ทำโดยครอบครัวเราก็ไม่รู้เรื่อง
ล่าสุด ทั้งคู่ได้ยื่นหลักทรัพย์คนละ 1 ล้านบาท เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว แต่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีมีความผิดร้ายแรง มีพยานหลักฐานที่อาจเชื่อได้ว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในคดีและมีพฤติการณ์ที่จะหลบหนีออกนอกราชอาณาจักร จึงยกคำร้องไม่ให้ปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งได้ส่งตัวนายอภิรุจไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ส่วนนางวันทนีย์คุมตัวไปยังทัณฑสถานหญิงกลาง