พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจตอนหนึ่งว่า เศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดีนั้น ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับความมั่นคง ถ้ามีความมั่นคงสงบเรียบร้อย มีเสถียรภาพ ทั้งการเมือง ทั้งรัฐบาล ทั้งความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินนั้น เศรษฐกิจต่างๆ ก็จะเดินหน้าไปได้ด้วยดี ประเทศชาติก็มีความสุข
ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้านเศรษฐกิจ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้อนุมัติหลักการที่เสนอโดยคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของ คสช. ในการช่วยเหลือบรรเทาภาระหนี้สินของพี่น้องเกษตรกรผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) โดยมีพี่น้องเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 8 แสนรายทั่วประเทศ และยังอีกหลายโครงการ คิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทที่จะช่วยกระตุ้นการจ้างงานและสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบ 21 ด้วยว่า ในที่ประชุม ครม.ที่ผ่านมาได้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการด้วยความรอบคอบและฟังความเห็นประชาชนอันเป็นประโยชน์ อะไรที่เป็นปัญหา ความขัดแย้ง เห็นไม่ตรงกัน ต้องนำมาพูดคุยหารือกัน และทำให้ได้ข้อยุติ โดยในเรื่องนี้ให้มีการแก้ไขกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยก่อนจึงจะเปิดสัมปทานรอบต่อไป เชื่อว่าคงจะใช้เวลาไม่นาน ในส่วนการพูดคุยเจรจาของคณะทำงานที่ตั้งขึ้นมาโดยมีตัวแทนของภาครัฐและภาคประชาชนมาคุยกันนั้น จะถือว่าเป็นกลไกในการขับเคลื่อนให้ได้ข้อยุติ ไม่ใช่ขยายความขัดแย้ง ก็ขอให้พูดจากันให้ดีๆ และแก้ไขกฎหมายให้เรียบร้อย
สำหรับความขัดแย้งในแวดวงศาสนานั้นเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน ตนได้มอบหมายให้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ไปศึกษาทำความเข้าใจกับประเด็นปัญหา เรื่องใดที่เป็นการกระทำผิดข้อกฎหมาย เกี่ยวกับเรื่องระบบการเงิน การคลัง หรืออะไรก็แล้วแต่ ก็เป็นเรื่องของรัฐจะต้องดำเนินการ ปัจจุบันมีคดีความต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่แล้ว ก็คงเป็นเรื่องที่เราต้องให้ทั้งสองฝ่ายดูแลไปพร้อมๆ กัน อย่าไปก้าวก่ายซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดความโปร่งใส คิดว่าทางฝ่ายคณะสงฆ์ก็ต้องยอมรับ แล้วก็ฝ่ายประชาชน ก็ต้องยอมรับในการพูดคุยหารือกันในเรื่องนี้ ก็มีองค์กรกำกับดูแลอยู่แล้ว