ไขข้อข้องใจทำไม “ยิงปืนขึ้นฟ้า” อาจเป็นฆาตกรไม่รู้ตัว


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เป็นประจำทุกปีในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ มักจะมีเหตุการณ์การ “ยิงปืนขึ้นฟ้า” อยู่บ่อยครั้ง และทำให้มีผู้ที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการยิงปืนลักษณะนี้โดยที่ไม่รู้ตัว บางรายเพียงแค่ได้รับบาดเจ็บ แต่บางรายถึงขั้นเสียชีวิต จากกระสุนปืนปริศนาที่พรากชีวิตพวกเขาไปแบบไม่รู้ตัวจากการกระทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถึงแม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการรณรงค์กันทุกปี เพื่อลดความสูญเสียที่เกิดขึ้น

เช่นเดียวกับเหตุการณ์ของนายเสกสรร ศุขพิมาย หรือ “เสก โลโซ” นักร้องวงร็อคชื่อดัง ได้ไลฟ์สดโชว์การยิงปืนขึ้นฟ้า ด้วยอาวุธปืน 9 มม. จำนวน 10 นัด หลังเสร็จจากแสดงเวลาประมาณ 01.00 น.ของวันที่ 29 ธ.ค.60 ก่อนที่จะกลายเป็นเรื่องราวที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม เนื่องจากอาจเป็นอันตรายแก่ผู้อื่นได้ หลังจากนั้นศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช อนุมัติหมายจับ “เสก โลโซ” ฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนในที่ชุมชน

ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ของ “เสก โลโซ” จะไม่ส่งผลจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ที่ผ่านมา การ “ยิงปืนขึ้นฟ้า” ในเทศกาลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เทศกาลขึ้นปีใหม่ ลอยกระทง สงกรานต์ ขึ้นบ้านใหม่ งานศพ หรือแม้แต่มีปรากฎการณ์ทางธรรมชาติอย่าง สุริยุปราคา และจันทรุปราคา ก็มักจะมีการ “ยิงปืนขึ้นฟ้า” ตามความเชื่อโชคลางต่างๆ โดยที่ไม่ได้คิดว่าลูกกระสุนที่ถูกยิงขึ้นไปบนฟ้านั้น ไม่สามารถทำอันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินได้ แต่ที่ผ่านมาก็เกิดความสูญเสียขึ้นทุกปี

สำหรับเหตุที่ลูกกระสุนปืนที่ถูกยิงขึ้นไปบนฟ้าเวลาตกลงมาสู่พื้นดิน จึงมีความรุนแรงทำอันตรายตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้นั้น ทีมข่าวนิวมีเดีย พีพีทีวีได้ตรวจสอบข้อมูลจากกลุ่มงานตรวจอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า เมื่อยิงปืนลูกกระสุนจะถูกดันด้วยแรงระเบิดของดินส่งกระสุนปืนออกไปทางปากลำกล้องปืน ถ้ายิงปืนขึ้นฟ้า ผู้ยิงอาจยิงในลักษณะทำมุม 45 60 หรือ 90 องศา ลูกกระสุนออกจากปากลำกล้องปืน วิ่งไปด้วยความเร็วทั้งในแนวระดับและแนวดิ่ง เป็นลักษณะการเคลื่อนที่วิถีโค้ง ถ้าเป็นลูกกระสุนปืนรีวอลเวอร์ขนาด .38 ลูกกระสุนมีน้ำหนักประมาณ 10 กรัม ยิงขึ้นฟ้าทำมุม 45 องศา ลูกกระสุนปืนจะขึ้นไปสูงสุด 529 เมตร หรือ1,745.7 ฟุต วิ่งไปได้ระยะทาง 1,235 เมตร หรือ 4,075.5 ฟุต หรือถ้ายิงขึ้นฟ้าทำมุม 60 องศา ลูกระสุนจะขึ้นไปสูงสุด 724 เมตร หรือ 2,389.2 ฟุต วิ่งไปได้ระยะทาง 987 เมตร หรือ 3,257.1 ฟุต ลูกกระสุนปืนเมื่อขึ้นไปสูงสุด ความเร็วในแนวดิ่งเป็นศูนย์ และเริ่มตกลงในแนวดิ่ง โดยมีแรงดึงดุดของโลก มีอัตราเร่งประมาณ 32 ฟุต/วินาที ซึ่งความเร็วของลูกกระสุนที่ตกจากแรงดึงดูดของโลก ตกลงมาด้วยความเร็วประมาณ 300-600 ฟุต / วินาที โดยขึ้นอยู่กับชนิด ขนาดของลูกกระสุนปืน รวมทั้งมุมของการยิง

 

นอกจากนี้ การศึกษากรณีลูกกระสุนปืนที่มีผลต่อร่างกายมนุษย์ระบุว่าความเร็วประมาณ 150 ฟุต/วินาที ส่งผลต่อการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและความเร็วที่มากขึ้น สามารถทำให้กระดูกหักได้ โดยการยิงปืนขึ้นฟ้า (วิถีโค้ง) พบว่าลูกกระสุนปืนเคลื่อนที่ตลดลงมาจะมีค่าความเร็วปลายประมาณ 300 -600 ฟุต/วินาที มีแรงมากพอที่จะทำให้กระดูกหัก หรือทะลุเข้าไปในกะโหลกศีรษะ ซึ่งอาจทำให้คนที่ไม่รู้เรื่อง ถูกลูกกระสูนที่ยิงขึ้นฟ้าได้รับอันตรายถึงชีวิต หรือถูกทรัพย์สิน อาคารบ้านเรือน รถยนต์ เกิดความเสียหายได้ โดยผู้ยิงจะถูกลงโทษตามกฎหมายอาญา พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ และ การยิงปืนขึ้นฟ้าเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
 

หากย้อนไปคดีที่ผ่านมาคดีของการยิงปืนขึ้นฟ้าจนทำให้มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ก็สามารถถูกคลี่คลายคดีด้วยหลักนิติวิทยาศาสตร์ หลักฐานที่เหลืออยู่ในที่เกิดเหตุ รวมทั้งการตรวจสอบวิถีกระสุน ก็สามารถตรวจสอบและนำไปสู่การจับกุมคนร้ายได้ไม่ยาก ฉะนั้นเทศกาลปีใหม่นี้ ไม่ควรนำปืนออกมายิงขึ้นฟ้าเพราะอาจจะทำให้ประชาชนคนอื่นได้รับความเดือดร้อนทั้งทรัพย์สินและทางร่างกาย และอาจไม่ตกเป็น "ฆาตกร" โดยที่ไม่รู้ตัวอีกด้วย 

TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ