สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน ยืดเยื้อเข้าสู่เข้าสู่วันที่ 5 โดยบรรยากาศที่กรุงเตหะรานเมื่อคืนที่ผ่านมา ผู้ชุมนุมพยายามก่อจลาจลด้วยการจุดไฟเผารถยนต์ ทุบทำลายกระจกหน้าต่างธนาคารและธุรกิจห้างร้าน และบุกเข้าไปยึดสถานีตำรวจ รวมถึงฐานที่ตั้งกองทัพในพื้นที่ โดยล่าสุด สถานการณ์ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย เบื้องต้น มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 13 คน ในจำนวนนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจรวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ ยังมีผู้ถูกจับกุมแล้วอย่างน้อย 400 คนทั่วประเทศ
ขณะที่ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ของอิหร่าน ออกแถลงการณ์ระบุว่า สหรัฐฯและอิสราเอลน่าจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุมครั้งนี้ เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ต่างออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วง อย่างไรก็ตาม นายรูฮานียืนยันว่า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่อรัฐบาลเลย และขอให้ประชาชนทุกคนอยู่ในความสงบ หากมีการละเมิดกฎหมายก็จะถูกดำเนินการอย่างเด็ดขาด
อย่างไรก็ตามสำหรับเหตุชุมนุมครั้งนี้ เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา (28 ธ.ค.60) ถือเป็นการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 9 ปี สาเหตุเกิดจากประชาชนไม่พอใจสภาพเศรษฐกิจฝืดเคืองและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ก่อนจะขยายวงกว้างกลายเป็นการประท้วงต่อต้านรัฐบาล รวมถึงตัวประธานาธิบดีรูฮานี และผู้นำสูงสุด อญาโตลลอฮ์ อะลี คาเมเนอี ด้วย