เมื่อวันที่ (5 ม.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ออกมาให้ข้อมูลกับทีมข่าวอย่างชัดเจนแล้ว สำหรับพันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่า เจ้าคณะจังหวัดนครปฐมได้เข้าไปตรวจสอบการทำกระเป๋าของวัดไผ่ล้อม พบว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อส่วนรวม ช่วยเหลือสังคมจึงไม่ถือเป็นความผิด แม้กระเป๋าที่ทำออกมาเป็นหนึ่งในรูปแบบของวัตถุมงคลจริง แต่การพิจารณาดูจากวัตถุประสงค์กับเจตนาของวัด
ขณะที่นายศิลป์ชัย เชาว์เจริญรัตน์ นักวิชาการด้านศาสนวิทยา ให้ความเห็นว่า ต้องแยกกันพิจารณาในเรื่องวัตถุประสงค์ หรือเจตนาที่นำเงินไปใช้เพื่อสาธารณะ กับวิธีการนำเสนอประชาสัมพันธ์สินค้า ที่ออกมาในรูปแบบการกำหนดราคา รวมถึงการอวดอ้างสรรพคุณ อิทธิฤทธิ์ที่ช่วยเรียกทรัพย์ เพิ่มทรัพย์ ถือเป็นการกระทำที่ผิดต่อหลักธรรม เป็นกึ่งพุทธพาณิชย์ แม้ไม่ได้นำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว แต่เงินนี้ไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปตรวจสอบได้ว่านำไปใช้จริงและครบถ้วนหรือไม่
นายศิลป์ชัยยังชี้ว่า กฎหมายและระเบียบมหาเถรสมาคม หรือเจ้าคณะปกครองสงฆ์ ยังมีช่องโหว่ จึงควรแก้ไข ให้ตรวจสอบการเงินได้ เพราะวัดหรือองค์การด้านศาสนาอื่นๆ ได้รับเงินบริจาคจำนวนมาก แต่กลับไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปตรวจสอบ รวมทั้งควรเสียภาษีเช่นเดียวกับองค์กรอื่นๆ