วันนี้ (10 ม.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ได้อนุมัติวงเงิน 35,679 ล้านบาท ในการดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยระยะที่ 2 พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รวมทั้งมีคณะอนุกรรมการ ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน พร้อมทั้งสั่งการให้ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส. ดำเนิน 6 มาตรการ 18 โครงการ ซึ่งใช้งบประมาณจากการทำบัญชีโครงการตามนโยบายของรัฐ หรือ PSA เบื้องต้นเชื่อว่าจะมีผู้มีรายได้น้อยได้ประโยชน์ 4.7 ล้านราย
พร้อมกันนี้ ยังได้อนุมัติเพิ่มเติม สำหรับค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค สำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาตนเอง โดยผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท จากเดิมที่เคยได้ 300 บาท จะเพิ่มอีก 200 บาท รวมเป็น 500 บาท และผู้มีรายได้สูงกว่า 3 หมื่นแต่ไม่เกิน 1 แสนบาท จากเดิมได้รับ 200 บาท จะได้เพิ่มอีก 100 บาท เป็น 300 บาท โดยให้มีผลในเดือนมีนาคม 2561 โดยกระทรวงคลังจะต้องส่งข้อมูลผู้ที่มีบัตรสวัสดิการให้กับคณะกรรมการประจำจังหวัดภายในเดือนมกราคมนี้ จากนั้นผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ประสงค์จะมีการพัฒนาตัวเองจะต้องมาพบกับเจ้าหน้าที่ภายในกุมภาพันธ์นี้
นอกจากนี้ ในส่วนของภาคเอกชนที่มีรายจ่ายจากการจ้างผู้มีรายได้น้อยทำงานและจ่ายค่าอบรมต่อเนื่อง จะสามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า ถึงธันวาคม 2562