เมื่อวันที่ (10 ม.ค. 61) พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียกประชุมคณะทำงานติดตามคดี นางสาวณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ที่อ้างว่าถูกนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชี 7 ธนาคาร 9 บัญชี จนตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงในพื้นที่ สถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านตากและถูกจับกุมตัว พล.ต.อ.วิระชัย ยืนยันว่าการสอบสวนดำเนินคดีกับนางสาวณิชา ของพนักงานสอบสวนของตำรวจภูธรอำเภอบ้านตาก ทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่มีข้อบกพร่อง เหตุที่นางสาวณิชา ถูกออกหมายจับ เพราะไม่เคยเข้าชี้แจงข้อมูลตามหมายเรียกถึง 2 ครั้ง มีระยะเวลาประมาน 2 เดือน
ในส่วนของคดีฉ้อโกง ล่าสุดตำรวจมีข้อมูลว่านอกจากบัญชีชื่อ นางสาวณิชา ที่รับโอนจากต่างประเทศ ยังพบอีก 2 บัญชีเป็นชื่อ นายขวัญ ทองน้อย บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ และนายธีรภัทรนนท์ งามวงศ์ บัญชีธนาคารกรุงเทพ ที่ได้รับการโอนเงินจาก นางกาสิณี ยะเมาะ ผู้เสียหาย ซื้อขายที่ดินในจังหวัดตาก โดยเตรียมตรวจสอบว่าเจ้าของบัญชีทั้ง 3 ราย เกี่ยวข้องกับขบวนการฉ้อโกงหรือไม่ โดยตำรวจอยู่ระหว่างประสานขอข้อมูลกับธนาคาร เพื่อพิสูจน์ว่าผู้มีรายชื่อบัญชีมีส่วนเกี่ยวข้องการฉ้อโกงหรือถูกสวมสิทธิ์บัตรประชาชนมาใช้ทำธุรกรรม แต่ยอมรับว่าทำได้ยาก เพราะธนาคารแต่ละแห่งค่อนข้างระมัดระวังการให้ข้อมูล
สำหรับความเสียหายในคดีนี้อยู่ที่ 1,370,000 บาท โดยนางกาสิณี โอน เข้าบัญชีธนาคาร 3 แห่ง ประกอบด้วย บัญชีชื่อนางสาวณิชา 5ครั้ง จำนวน 340,000 บาท บัญชีนายขวัญ และ บัญชีนายธีรภัทรนนท์ 6 ครั้ง รวม 1,370,000 บาท โดยพฤติการณ์ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คือ อ้างตัวเป็นชาวอังกฤษติดต่อผู้เสียหายซึ่งเป็นนายหน้าขายที่ดินในจังหวัดตาก ผ่านทางเฟซบุ๊ก อ้างว่าจะซื้อที่ดิน 30 ล้านบาท หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเป็นค่าธรรมเนียมล่วงหน้าเข้าบัญชีดังกล่าว