วันนี้ (11 ม.ค.61) พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการประชุมวิดีโอคอนเฟอร์เร้นซ์กับศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดตาก เพื่อคลี่คลายคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กรณี น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ตกเป็นผู้เสียหาย เนื่องจากคนร้ายได้นำบัตรประจำตัวประชาชนของ น.ส.ณิชา ไปเปิดบัญชีธนาคารที่ใช้ในการโอนเงินเข้าออก จนนำไปสู่การออกหมายจับและถูกดำเนินคดี
จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่า เมื่อช่วงปลายปี 2560 ขบวนการคอลเซ็นเตอร์อ้างว่า ชื่อนายราลี่ สมิธ ชาวอังกฤษ ติดต่อผู้เสียหายผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยอ้างว่าต้องการซื้อที่ดินใน จ.ตาก และขอให้ผู้เสียหายเป็นนายหน้าซื้อที่ดิน โดยจะส่งเงินจำนวน 30 ล้านบาท จากอังกฤษมาทางพัสดุไปรษณีย์ให้กับผู้เสียหาย แต่มีค่าธรรมเนียม 1 ล้าน 3 แสนบาท ที่ผู้เสียหายต้องจ่ายล่วงหน้าก่อน
จากนั้นขบวนการคอลเซ็นเตอร์อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ โดยแจ้งค่าทำเนียมที่ต้องชำระ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงิน 1.3 ล้านบาท เข้าบัญชีธนาคาร 3 แห่ง ประกอบด้วยบัญชีของ น.ส.ณิชา 340,000 บาท และบัญชีผู้เสียหายอีก 2 ราย ต่อมาทางผู้เสียหายหลังจากที่ได้โอนเงินไปแล้ว ก็ไม่สามารถติดต่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ณิชา ในฐานะเจ้าของบัญชีปลายทาง
ขณะที่ พลตำรวจตรี ปริญญา วิศิษฐฎากุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก ได้ตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้ เนื่องจาก น.ส.ณิชา ซึ่งอยู่ในฐานะผู้ต้องหาเปิดบัญชี ก็กลายเป็นผู้เสียหายด้วยเช่นกันเพราะถูกนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ยังมีการเปิดบัญชีรับโอนเงินจากผู้เสียหายอีก 2 บัญชี คือ บัญชีชื่อนายขวัญ ทองน้อย สาขาบิ๊กซีติวานนท์ โดยรับโอนเงินจากผู้เสียหาย 5 ครั้ง รวมเป็น 4 แสนบาท และบัญชีชื่อ นายธีรภัทร์นนท์ งามวงษ์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาเดอะมอลงามวงศ์วาน รับโอนเงิน 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 630,000 บาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบว่าบุคคลทั้ง 2 อยู่ในภูมิลำเนาที่ใด และอยู่ในเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่
ส่วนกรณีการเปิดบัญชีนั้น ทางธนาคารจะต้องตรวจข้อมูลบัตรประชาชน และลายนิ้วมือของผู้ที่ถือบัตรว่าตรงกันหรือไม่ ตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะต้องพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลก่อน และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลอย่างละเอียด ถึงจะสามารถให้เปิดบัญชีได้
ด้านพลตำรวจตรี รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รักษาราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้จะเชิญสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยว เพื่อมาประชุมหารือกรณีแก๊งคอลเซ็น เตอร์นำบัตรประชาชนของผู้เสียหายไปเปิดบัญชี เพื่อใช้ในการรับโอนเงินจากเหยื่อ โดยเฉพาะกรณีที่ทำให้ น.ส.ณิชา ผู้เสียหายที่ถูกขโมยบัตรประชาชนไปถูกจับกุมดำเนินคดี โดยในการประชุมจะเน้นย้ำมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้อีก
ด้านนายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการป้องกันการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กระทรวงมหาดไทยจึงได้สั่งการให้ทุกจังหวัดเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รวมทั้งแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้ระมัดระวังกลุ่มบุคคลที่มีลักษณะหลอกให้โอนเงินไปให้ เช่น การเปิดบัญชีให้ หรือ การชักชวนผู้อื่นเข้าร่วมกระบวนการ