วันนี้ (15 ม.ค.61) ผู้เชี่ยวชาญด้านเรือสปีดโบ๊ต เปิดเผยว่า แม้โอกาสที่เรือสปีดโบ๊ตจะระเบิดมีน้อยมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นไปไม่ได้ การป้องกันที่ดีที่สุด จึงอยู่ที่คนขับเรือซึ่งต้องตรวจสอบเรือโดยละเอียดก่อนใช้งาน ขณะที่ความคืบหน้าทางคดีเหตุเรือระเบิดเมื่อวานนี้ (14 ม.ค.61) ล่าสุดซากเรือที่เหลือถูกลากมาขึ้นฝังที่เกาะพีพีแล้ว โดยเครื่องยนต์เรือ ขนาด250 ซีซี 3 เครื่อง ที่ถูกเครนยกขึ้นเหนือผิวน้ำ คือ ชิ้นส่วนสุดท้ายที่เหลืออยู่ของเรือคิงโพไซดอน 959 ที่เกิดเหตุระเบิดเมื่อวานบริเวณหน้าถ้ำไวกิ้ง หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เครื่องยนต์นี้ถูกลากมาจากจุดเกิดเหตุเพื่อนำมาขึ้นฝั่งที่เกาะพีพี ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ
โดยเมื่อเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า พร้อมชุดประดาน้ำ ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง เร่งกู้ซากเรือ ด้านนักประดาน้ำที่ลงไปสำรวจหาซากเรือ ระบุว่า ซากเรือถูกคลื่นซัดห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 200 เมตร และชิ้นส่วนของเรือส่วนใหญ่ถูกน้ำพัดไปก่อนหน้านี้ ซึ่งการกู้ซากเรือเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากคลื่นลมแรงนักประดาน้ำจึงต้องใช้เชือกขนาดใหญ่ผูกซากเรือ ก่อนจะลากเข้ามาที่เกาะพีพี
ทั้งนี้สำหรับการตรวจสอบสาเหตุการระเบิดของเรือลำดังกล่าว ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบเครื่องยนต์ที่ลากมาอย่างละเอียดก่อน แต่เบื้องต้นพนักงานสอบสวนเตรียมตั้งข้อหาประมาทกับคนขับเรือและพนักงานในเรือ เพราะหลังสอบปากคำทุกคนในเรือให้การตรงกันว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุคนขับเรือรู้ว่ามีกลิ่นน้ำมันลอยออกมา แต่ยังขับเรือต่อไป แม้จะพยายามหาสาเหตุของกลิ่นน้ำมัน แต่ตำรวจระบุว่า ในทางหลักการหากพบความผิดปกติและไม่สามารถแก้ไขได้ทันที ควรหาเรือมาสับเปลี่ยนนักท่องเที่ยวก่อน
ขณะที่ส่วนความเป็นไปได้สาเหตุที่จะทำให้เรือระเบิด จากข้อมูลก่อนหน้านี้ระบุว่า เรือระเบิดเพราะถังน้ำมันรั่ว ด้านผู้เชี่ยวชาญเรือสปีดโบ๊ต ระบุว่า โอกาสที่ถังน้ำมันจะรั่วแม้จะเป็นไปได้น้อย แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้น โดยปัจจัยที่จะทำให้ถังน้ำมันรั่ว นอกจากการเจอคลื่นขนาดใหญ่ซัดเรือ ก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ หากผู้ดูแลเรือไม่ล็อกถังน้ำมันให้แน่นก่อนออกเดินเรือ หรือหากสาเหตุเรือระเบิดไม่ได้เกิดจากถังน้ำมันรั่ว ก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นสายน้ำมันรั่ว ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการไม่ดูแลรักษา หรือไม่ได้ซ่อมบำรุงเมื่อถึงเวลา
ด้านเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานที่เข้าตรวจสอบซากเรือ ระบุว่า การตรวจสอบสาเหตุเรือระเบิดยากพอสมควร เนื่องจากซากเรือส่วนใหญ่ลอยไปกับน้ำหมดแล้ว โดยเฉพาะตัวถังน้ำมัน สายน้ำมัน หรือสายไฟต่างๆ การตรวจสอบหลังจากนี้อาจต้องเทียบเคียงกับเรือที่ใกล้เคียงกัน