เมื่อวันที่ (17 ม.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปฏิกิริยานี้เกิดขึ้นภายหลังสื่อมวลชนสอบถามกรณีที่นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เตรียมยื่นหนังสือให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สั่งให้กรมสรรพากรตรวจสอบที่มานาฬิกาหรู อาจเข้าข่ายกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากรปี2467 มาตรา 27 ว่า ผู้ยืมของที่ไม่ได้เสียภาษี รับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งของที่ยังไม่เสียภาษี ผู้ยืมจะมีความผิดไปด้วย แต่พลเอกประวิตร ไม่ได้ตอบคำถามใดๆกับสื่อมวลชนในเรื่องนี้ และเดินเข้าประชุมทำหน้าที่ประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 และคณะที่เกี่ยวข้องทันที
ส่วนกรณีการจับกุมชาวปากีสถาน 1 คน ที่ลักลอบทำหนังสือเดินทางปลอมเพื่อให้ผู้อพยพ และอาชญากรข้ามชาติเดินทางเข้าประเทศ โดยอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอส พล.อ.ประวิตร ระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน จึงยังไม่มีความชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอสหรือไม่ ขอเวลาดำเนินการก่อน เพราะเพิ่งจับกุมได้เมื่อวานนี้ และมีเพียง 1 คนเท่านั้นที่จับกุมได้ ทั้งนี้ยอมรับว่ามีกลุ่มที่พยายามทำหนังสือเดินทางและวีซ่าปลอมเพื่อนำกลุ่มไอเอสเข้ามาในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เชื่อว่าจะไม่มีกลุ่มดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทยได้