รัฐบาลอังกฤษประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรีขึ้นมากำกับดูแลความเหงาและบรรเทาปัญหาสุขภาพจิตของคนในประเทศโดยเฉพาะ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ ที่เล็งเห็นว่า ความเหงาไม่ใช่เรื่องเล่นๆที่จะมองข้าม แต่เป็นภัยเงียบและเป็นความจริงที่น่าเศร้าของสังคมยุคใหม่ ที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน
นักวิจัยพบว่า ประชากรเกือบ 9 ล้านคนในอังกฤษ รู้สึกเหงาบ่อยๆ หรือตลอดเวลา ขณะที่ ผู้สูงอายุกว่า 2 แสนคนในประเทศบอกว่า ไม่ได้คุยกับญาติหรือเพื่อนเลยเป็นเวลามากกว่า 1 เดือน ซึ่งภาวะนี้นำไปสู่ปัญหาสุขภาพและโรคเรื้อรังได้ อาทิ โรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็ง รวมถึงปัญหาสุขภาพจิต สอดคล้องกับความเห็นของแพทย์ที่ว่า ความเหงาและความโดดเดี่ยวมักนำไปสู่พฤติกรรมทำร้ายสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น การออกกำลังกายน้อย โภชนาการอาหารแย่ และไม่ชอบไปหาหมอ เท่ากับว่าภัยจากความเหงานั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพยิ่งกว่าการสูบบุหรี่วันละ 15 มวนเสียอีก
วิกฤตความเหงาไม่ได้เกิดเฉพาะกับประชากรผู้สูงอายุที่มักรู้สึกโดดเดี่ยวจากการอาศัยอยู่คนเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBT) กลุ่มคนพื้นเมือง กลุ่มคนไร้บ้านหรือผู้ที่มีฐานะยากจน ซึ่งบ่อยครั้งรู้สึกเหมือนถูกทิ้งขว้าง ไม่ได้รับการยอมรับ หรือแปลกแยกจากสังคมกระแสหลัก
สำหรับผู้ที่จะมารับหน้าที่ดูแลบรรเทาความเหงาของคนในชาติเป็นคนแรก คือ เทรซี เคราช์ ซึ่งเธอจะรับหน้าที่นี้ควบกับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงกีฬาที่เธอทำอยู่
ภาพ : Reuters