พร้อมระบุข้อความว่า
“ที่ต้องอัดคลิป เนื่องจากการส่งทองต้องส่งผ่านไปรษณีย์ไทย และคนดี ๆ ก็มีอยู่มาก คนไม่ดีก็มีแอบแฝงอยู่เช่นกัน โดยคลิปดังกล่าว ปรากฏว่าไม่มีทองอยู่ในกล่อง ซึ่งทางร้านเชื่อว่าถูกแอบแกะกล่องก่อนที่ของจะมาถึง และเตือนลูกค้าว่า ไม่ว่าจะซื้อบ่อยแค่ไหน ควรถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน”
ซึ่ง ล่าสุด ทาง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ได้ดำเนินการตรวจสอบกับผู้โพสต์ข้อความแล้วเพื่อขอรหัสพัสดุ 13 หลักบนใบเสร็จรับเงิน รายละเอียดที่ทำการไปรษณีย์ ต้นทางและปลายทาง ที่อยู่ผู้รับปลายทาง วันที่ฝากส่ง เพื่อนำไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริงต่อไป และถ้าพบว่าสิ่งของสูญหายในเส้นทางไปรษณีย์จริง ไปรษณีย์ไทยยินดีชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายและลงโทษทางวินัยกับผู้ที่กระทำผิดต่อไป
แต่นี่ไม่ใช่กรณีแรก....
ก่อนหน้านี้การส่งของหรือพัสดุผ่านไปรษณีย์เป็นเหมือนปัญหาโลกแตก ยิ่งในยุคที่การขายสินค้าผ่านออนไลน์กำลังมาแรงแม่ค้าก็มักเลือกใช้บริการไปรษณีย์เป็นช่องทางในการส่งสินค้าซึ่งหลายครั้งมักเจอปัญหาส่งของล่าช้า สภาพของเสียหาย ไปจนถึงขั้น "ของหาย"
และทางไปรษณีย์ไทย พยายามแก้ไขด้วยการ ให้ผู้ใช้บริการซื้อประกันเพิ่มเติมตามในวงเงินไม่เกิน 200,000 บาท พร้อมเปิด 5 ช่องทางตรวจสอบกรณีสิ่งของที่ฝากส่งมีปัญหา คือ 1.สอบถามที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางหรือปลายทาง 2.เฟซบุ๊ก “บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด” www.facebook.com/thailandpost.co.th 3. ทวิตเตอร์ “@Thailandpost” 4. อีเมล์ postalcare@thailandpost.co.th และ 5. THP Contact Center 1545
โดยแจ้งรายละเอียดการฝากส่ง เช่น รหัสพัสดุ ชื่อ-ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ของผู้รับและผู้ฝากส่ง ประเภทการฝากส่ง เป็นต้น
ขณะที่อีกด้านหนึ่ง หลายครั้งที่เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ก็มักเจอสิ่งของฝากส่งชวนปวดหัวทั้งที่มี กฎเหล็ก สิ่งของห้ามส่งและสิ่งของที่ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ห่อหุ้มก่อนทุกครั้งไว้ชัดเจน
ของ 9 อย่างที่ห้ามส่ง “เด็ดขาด”
1. สิ่งมีชีวิต – ห้ามส่งสัตว์ทุกประเภทเพราะขั้นตอนการส่งสินค้าผ่านการบรรจุเข้าหีบห่อไม่มีอากาศถ่ายเทจะทำให้สัตว์เสียชีวิต
2. สิ่งเสพติด
3. สิ่งลามกอนาจาร – สิ่งของลามกอนาจารไม่ว่าจะสั่งซื้อออนไลน์หรือไม่ รวมถึงสิ่งของที่มีถ้อยคำ เครื่องหมาย ลวดลาย หยาบคาย ด้วย
4. วัตถุระเบิด – รวมถึงอุปกรณ์ระเบิดที่มีแรง และไม่มีแรงระเบิด ปลอกกระสุน
5. วัตถุไวไฟ
6 วัตถุมีคมที่ไม่มีเครื่องหุ้มห่อป้องกัน – จริงๆ ถ้าจำเป็นต้องส่งก็ควรห่อหุ้มให้มิดชิดปลอดภัยที่สุด
7. สิ่งโสโครกหรือสิ่งมีพิษ
8. ธนบัตร/สิ่งของมีค่า รวมถึง เพชร พลอย ทอง
9. สิ่งของปลอมแปลง – สิ่งของที่ลอกเลียน ละเมิดลิขสิทธิ์ ถือเป็นของต้องห้ามและมีความผิด
ขณะที่มีสิ่งของบางชนิดที่หากจำเป็นต้องส่งจริงๆ จะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ที่จุดบริการห่อหุ้มก่อนทุกครั้ง
1.เครื่องยนต์ ส่วนประกอบของเครื่องยนต์ทุกชนิด
2.แบตเตอรี่ทุกชนิด ในที่นี่รวมถึงสมาร์ทโฟน ไอแพด แท็บเล็ต
3.วัตถุมีคมที่ต้องการหุ้มห่อ มีด ดาบ
4.สิ่งเทียมอาวุธ เช่น ปืนไฟแช็ค ปืนเด็กเล่น
5.ของเหลวทุกชนิด
6.สารพิษ เช่น ยาฆ่าแมง สารไซยาไนด์
7.สารที่มีฤทธิ์กัดกร่อน (น้ำกรด กรดเกลือ น้ำยาล้างห้องน้ำ)
8.เชื้อชีวภาพ (เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย)
9.อาวุธปืนและเครื่องกระสุน
ถ้าไปดูปริมาณพัสดุที่ใช้บริการฝากส่งกับไปรษณีย์ไทยตลอดทั้งปี 2560 ช่วง เดือนมกราคม-พฤศจิกายน อยู่ที่ราว 2,700 ล้านชิ้น หรือ 245 ล้านชิ้นต่อเดือน หรือ ประมาณ 8 ล้านชิ้นต่อวัน แต่ถ้าช่วงเทศกาล อย่างช่วง ปีใหม่ 2561 ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2560 ถึง 15 มกราคม 2561 จะมีพัสดุเข้าระบบกว่า 282 ล้านชิ้น สูงกว่าปี 2560 ในช่วงเดียวกัน ประมาณ 22 ล้านชิ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก ไปรษณีย์ไทย