ปัญหาโลกแตกส่ง“ไปรษณีย์”แล้วพลาด!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ยังคงเกิดขึ้นบ่อยๆ สำหรับเหตุการณ์ของหายระหว่างการขนส่งโดยเฉพาะกับไปรษณีย์ ล่าสุด เกิดขึ้นกับร้านทองแห่งหนึ่งที่ส่งทองให้ลูกค้า แต่ปรากฏว่าเมื่อมาถึงมือลูกค้ากลับไม่มีทองอยู่ในกล่อง โดยทางร้านนำคลิปวิดีโอที่ลูกค้าถ่ายไว้ระหว่างแกะพัสดุมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมอธิบายถึงความผิดปกติหลายอย่างที่เกิดขึ้น เช่น ลักษณะการห่อพัสดุ เทปกาวที่ใช้ เป็นต้น

พร้อมระบุข้อความว่า

“ที่ต้องอัดคลิป เนื่องจากการส่งทองต้องส่งผ่านไปรษณีย์ไทย และคนดี ๆ ก็มีอยู่มาก คนไม่ดีก็มีแอบแฝงอยู่เช่นกัน โดยคลิปดังกล่าว ปรากฏว่าไม่มีทองอยู่ในกล่อง ซึ่งทางร้านเชื่อว่าถูกแอบแกะกล่องก่อนที่ของจะมาถึง และเตือนลูกค้าว่า ไม่ว่าจะซื้อบ่อยแค่ไหน ควรถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน”

ซึ่ง ล่าสุด ทาง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท)  ได้ดำเนินการตรวจสอบกับผู้โพสต์ข้อความแล้วเพื่อขอรหัสพัสดุ 13 หลักบนใบเสร็จรับเงิน รายละเอียดที่ทำการไปรษณีย์   ต้นทางและปลายทาง ที่อยู่ผู้รับปลายทาง วันที่ฝากส่ง เพื่อนำไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริงต่อไป และถ้าพบว่าสิ่งของสูญหายในเส้นทางไปรษณีย์จริง ไปรษณีย์ไทยยินดีชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายและลงโทษทางวินัยกับผู้ที่กระทำผิดต่อไป

แต่นี่ไม่ใช่กรณีแรก....

ก่อนหน้านี้การส่งของหรือพัสดุผ่านไปรษณีย์เป็นเหมือนปัญหาโลกแตก ยิ่งในยุคที่การขายสินค้าผ่านออนไลน์กำลังมาแรงแม่ค้าก็มักเลือกใช้บริการไปรษณีย์เป็นช่องทางในการส่งสินค้าซึ่งหลายครั้งมักเจอปัญหาส่งของล่าช้า สภาพของเสียหาย ไปจนถึงขั้น "ของหาย"

และทางไปรษณีย์ไทย พยายามแก้ไขด้วยการ ให้ผู้ใช้บริการซื้อประกันเพิ่มเติมตามในวงเงินไม่เกิน 200,000 บาท พร้อมเปิด 5 ช่องทางตรวจสอบกรณีสิ่งของที่ฝากส่งมีปัญหา คือ 1.สอบถามที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางหรือปลายทาง  2.เฟซบุ๊ก “บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด” www.facebook.com/thailandpost.co.th 3. ทวิตเตอร์ “@Thailandpost” 4. อีเมล์ postalcare@thailandpost.co.th และ 5. THP Contact Center 1545

โดยแจ้งรายละเอียดการฝากส่ง เช่น รหัสพัสดุ ชื่อ-ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ของผู้รับและผู้ฝากส่ง ประเภทการฝากส่ง เป็นต้น

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง หลายครั้งที่เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ก็มักเจอสิ่งของฝากส่งชวนปวดหัวทั้งที่มี กฎเหล็ก สิ่งของห้ามส่งและสิ่งของที่ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ห่อหุ้มก่อนทุกครั้งไว้ชัดเจน

ของ 9 อย่างที่ห้ามส่ง “เด็ดขาด”

1. สิ่งมีชีวิต   –  ห้ามส่งสัตว์ทุกประเภทเพราะขั้นตอนการส่งสินค้าผ่านการบรรจุเข้าหีบห่อไม่มีอากาศถ่ายเทจะทำให้สัตว์เสียชีวิต

2. สิ่งเสพติด 

3. สิ่งลามกอนาจาร  – สิ่งของลามกอนาจารไม่ว่าจะสั่งซื้อออนไลน์หรือไม่ รวมถึงสิ่งของที่มีถ้อยคำ เครื่องหมาย ลวดลาย หยาบคาย ด้วย

4. วัตถุระเบิด  – รวมถึงอุปกรณ์ระเบิดที่มีแรง และไม่มีแรงระเบิด ปลอกกระสุน

5. วัตถุไวไฟ  

6 วัตถุมีคมที่ไม่มีเครื่องหุ้มห่อป้องกัน  –  จริงๆ ถ้าจำเป็นต้องส่งก็ควรห่อหุ้มให้มิดชิดปลอดภัยที่สุด

7. สิ่งโสโครกหรือสิ่งมีพิษ  

8. ธนบัตร/สิ่งของมีค่า รวมถึง เพชร พลอย ทอง

9. สิ่งของปลอมแปลง  –  สิ่งของที่ลอกเลียน ละเมิดลิขสิทธิ์ ถือเป็นของต้องห้ามและมีความผิด

ขณะที่มีสิ่งของบางชนิดที่หากจำเป็นต้องส่งจริงๆ จะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ที่จุดบริการห่อหุ้มก่อนทุกครั้ง

1.เครื่องยนต์ ส่วนประกอบของเครื่องยนต์ทุกชนิด

2.แบตเตอรี่ทุกชนิด ในที่นี่รวมถึงสมาร์ทโฟน ไอแพด แท็บเล็ต

3.วัตถุมีคมที่ต้องการหุ้มห่อ มีด ดาบ

4.สิ่งเทียมอาวุธ เช่น ปืนไฟแช็ค ปืนเด็กเล่น

5.ของเหลวทุกชนิด

6.สารพิษ เช่น ยาฆ่าแมง สารไซยาไนด์

7.สารที่มีฤทธิ์กัดกร่อน (น้ำกรด กรดเกลือ น้ำยาล้างห้องน้ำ)

8.เชื้อชีวภาพ (เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย)

9.อาวุธปืนและเครื่องกระสุน

ถ้าไปดูปริมาณพัสดุที่ใช้บริการฝากส่งกับไปรษณีย์ไทยตลอดทั้งปี 2560 ช่วง เดือนมกราคม-พฤศจิกายน อยู่ที่ราว 2,700 ล้านชิ้น หรือ 245 ล้านชิ้นต่อเดือน หรือ ประมาณ 8 ล้านชิ้นต่อวัน แต่ถ้าช่วงเทศกาล อย่างช่วง ปีใหม่ 2561 ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2560 ถึง 15 มกราคม 2561  จะมีพัสดุเข้าระบบกว่า 282 ล้านชิ้น สูงกว่าปี 2560 ในช่วงเดียวกัน ประมาณ 22 ล้านชิ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก  ไปรษณีย์ไทย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ