วันนี้ (24 ม.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงข่าวของนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. คือ การระบุว่า พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช. ประกาศตัวจะงดออกเสียงพิจารณาคดีของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ขณะที่ประเด็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ นายวรวิทย์ ระบุว่า ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ส่วนการตรวจสอบนาฬิกา นายวรวิทย์ เปิดเผยว่า ยังขาดข้อมูลจาก 1 ในบุคคลที่ 3 ที่ถูกระบุว่า เกี่ยวข้องกับนาฬิกา เนื่องจากเดินทางไปต่างประเทศ แต่จะสามารถเข้าให้ข้อมูลได้ในสัปดาห์หน้า รวมถึงป.ป.ช.ทำหนังสือส่งให้กับตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาภายในประเทศ ทั้งหมด 13แห่ง เพื่อขอข้อมูล ซึ่งยังได้รับผลการตอบกลับไม่ครบ ทำให้การตรวจสอบยังไม่สามารถสรุปได้
นอกจากนี้ ในเอกสารที่ ป.ป.ช.แจกให้กับสื่อมวลชน ระบุว่า กำลังจะให้พล.อ.ประวิตร ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนาฬิกาเพิ่มเติมเป็นครั้งที่ 3 เนื่องจากยังขาดข้อมูลบางส่วนอยู่ เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถส่งให้ป.ป.ช.พิจารณาคดีได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้
สำหรับสิ่งที่ป.ป.ช. เน้นย้ำ ตลอดการแถลงข่าว คือ การยืนยันข้อกฎหมายว่า ทรัพย์สินที่จำเป็นต้องยื่นต่อป.ป.ช. กฎหมายกำหนดให้ ยื่นเฉพาะทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ นั่นหมายความว่าหาก พล.อ.ประวิตร สามารถพิสูจน์ได้ว่านาฬิกาทั้งหมดไม่ใช่ของตนเองในทางกรรมสิทธิ์ อาจไม่เข้าข่ายกระทำความฐานไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน
แต่ก็มีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าหากบทสรุป พล.อ.ประวิตร สามารถยืนยันได้ว่านาฬิกาทั้งหมดเป็นของเพื่อนจริง อาจไม่เข้าข่ายความผิดเรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สิน แต่อาจจะไปผิดการรับของที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาทแทนหรือไม่ ประเด็นนี้ป.ป.ช.ไม่ได้ตอบชัดเจน ระบุเพียงว่า จะตรวจสอบให้รอบด้าน
ส่วนบรรยากาศระหว่างการแถลงข่าว มีความโกลาหลเกิดขึ้นเล็กน้อย เพราะนายเอก อัตถากร ซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง เข้ามอบรูปภาพเชิงสัญลักษณ์ที่มีลักษณะเสียดสีการทำงานของป.ป.ช.ให้กับนายวรวิทย์ แต่สุดท้ายถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเชิญตัวออกไปนอกห้องแถลงข่าว
ประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน สำหรับการตรวจสอบหลายประเด็น ทั้งกรณีผู้ที่ถูกอ้างว่าเป็นเจ้าของนาฬิกา สรุปแล้วมีกี่ราย หรือคำให้การของผู้ที่ป.ป.ช.เชิญตัวมาพูดคุยแล้ว มีทิศทางอย่างไร เพื่อนที่ถูกอ้างว่าเป็นเจ้าของนาฬิกาเสียชีวิตทั้งหมดเลยหรือไม่ ยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะชน โดยป.ป.ช.ระบุว่าเป็นเรื่องในสำนวนที่ไม่ขอเปิดเผย