ชาวบ้านบุ่งคล้า ต.บัวขาว อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เคยรวมตัวกันมาหลายครั้งแล้ว เพื่อขอให้ผู้นำท้องถิ่นแก้ปัญหากับพันธุ์ปลาที่ได้รับแจกมาจากโครงการ 9101 ฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม ล่าสุดให้ข้อมูลกับ พ.อ.มานพ ไขขุนทด ประธานคณะกรมการตรวจทุจริตโครงการนี้ ว่าชาวบ้านแสดงความต้องการของปลาหมอเทศกับปลาตะเพียน แต่กลับได้ปลานิลกับปลาตะเพียนมาแทน
ปลาที่ได้มา ก็มีขนาดไม่ถึง 5-7 เซนติเมตรตามที่ทำประชาคมไว้ ทำให้มีปลาตายจำนวนมากเมื่อนำไปเลี้ยง แต่กลับมีราคา ตัวละ 1 บาท 20 สตางค์ ซึ่งแพงเกินไปเมื่อเทียบกับขนาดปลา รวมทั้งยังนำหัวอาหารปลาที่ได้รับแจกรายละ 4 กระสอบ มาแสดงให้เห็นด้วยว่า ที่กระสอบเขียนว่าใช้สำหรับปลาขนาดเล็ก แต่จริงๆแล้วเป็นหัวอาหารปลาใหญ่ ที่มีราคาถูกกว่ากันกระสอบละ 50 บาท
พ.อ.มานพ เปิดเผยการตรวจสอบพบเป็นไปตามข้อมูลที่เกษตรกรกล่าวอ้างทั้งขนาดปลาเล็กกว่าที่กำหนดไว้ ราคาสูง ปละหัวอาหารผิดประเภท แต่ที่สำคัญยังพบว่า คณะกรรมการกลุ่มของเกษตรกร ที่ต้องเป็นผู้จัดซื้อพันธุ์ปลาเอง กลับไม่ถูกผลักดันให้มีบทบาทและไม่มีส่วนร่วมตัดสินใจ โดยเกษตรกรให้ข้อมูลด้วยว่า ในกลุ่มยังไม่ได้เปิดบัญชีเพื่อรับเงินด้วยซ้ำ แต่กลับจัดซื้อพันธุ์ปลามาให้แล้ว
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ พื้นที่ อ.กุฉินารายณ์ ทั้งอำเภอ มีบริษัทรับเหมาจัดส่งปัจจัยการผลิตเพียงรายเดียวทั้ง 39 โครงการ งบประมาณกว่า 23 ล้านบาท คือ บริษัท พิศนุภัณฑ์ คอนสตรัคชั่น และมีบริษัทยื่นเข้ามาเป็นคู่แข่งเพียงรายเดียวเช่นกัน คือ บริษัท มีภูมิการโยธา ซึ่งมีภูมิเสนอราคาสูงกว่าราคากลางและเสนอสูงกว่าพิศนุภัณฑ์มาก ทางคณะกรรมการตรวจสอบ จึงจะดูว่าเหตุใดจึงมีผู้รับเหมาทั้งอำเภอเพียงรายเดียว ทั้งที่ตามระเบียบ ต้องให้เกษตรเป็นคนเลือกเอง และเมื่อตรวจสอบสถานะของ บริษัทมีภูมิการโยธา พบว่า ไม่มีงบการเงิน เพราะเพิ่งจดทะเบียนตั้งบริษัทเมื่อ 24 สิงหาคม 2560 แจ้งวัตถุประสงค์การเปิดไว้ 23 ข้อ แต่ไม่มีข้อใดที่ระบุว่า ขายพันธุ์ปลา สัตว์น้ำ หรือแม้แต่เครื่องมือทางการเกษตร
ทีมข่าวพีพีทีวีรายงาน