เหตุผลที่ต้องมี "นาฬิกาวันสิ้นโลก"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

องค์กรจดหมายข่าวนักวิทยาศาตร์ด้านปรมาณู เมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐฯ โดย กลุ่ม Bulletin of Atomic Scientists ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เคยได้รับรางวัลโนเบลอีก 15 คน ตัดสินใจปรับนาฬิกาวันสิ้นโลกให้เร็วขึ้นอีก 30 วินาที ก่อนเที่ยงคืน เป็น 23 นาฬิกา 58 นาที เมื่อช่วงวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา เร็วขึ้นจากปี 2017 ที่เคยอยู่ที่ 23 นาฬิกา 58 นาที 30 วินาที หรือ 2 นาทีครึ่งก่อนถึงเที่ยงคืน

เหตุผลสำคัญของการปรับเวลาให้เร็วขึ้นในครั้งนี้มาจาก 3 ปัจจัยหลักคือ ความกังวลเกี่ยวกับปัญหาอาวุธนิวเคลียร์  ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ และปัญหาโลกร้อนซึ่งรวมถึงปัญหาอากาศเปลี่ยนแปลงผิดธรรมชาติหรือ climate change 

แต่เรื่องนี้ก็มีทั้งนักวิชาการที่ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

เช่น นักฟิสิกส์ ลอว์เรนซ์ เคราส์ จากมหาวิทยาลัยแอริโซนาสเตต บอกว่า ต้องการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าโลกกำลังเผชิญกับอันตรายอยู่ แต่เป้าหมายหลักคือการเตือนเชิงสัญลักษณ์เพื่อให้เกิดการหารือกันในกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง

ขณะที่ อาจารย์ชารอน สคาวโซนี ผู้รับผิดชอบงานด้านการยับยั้งการแพร่ขยายของอาวุธ ของรัฐบาลโดนัล ทรัมป์ บอกว่า เราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่มืดมนและสิ้นหวังเสียทีเดียว

 “นาฬิกาวันสิ้นโลก” ( Doomsday Clock) ใครกำหนด?

นาฬิกาวันสิ้นโลก เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ.1947  ช่วงนั้นกำลังเกิดสงครามเย็น (ค.ศ.1949-1990) ซึ่งฝ่ายประเทศมหาอำนาจทั้งสหรัฐฯและอดีตสหภาพโซเวียตกำลังห่ำหั่นกันอย่างดุเดือดซึ่งอาจมีการใช้นิวเคลียร์ในการทำลายล้างพอๆกันซึ่งหากเกิดขึ้นจริงรังสีของมันจะยังคงอยู่อีกหลายปีและเปลี่ยนดีเอ็นเอมนุษย์ได้นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้จึงสร้าง ขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องหมายบอกเวลาให้กับมนุษย์ว่าโลกกำลังเข้าใกล้การทำลายอารยธรรมด้วยเทคโนโลยีอันตรายที่มนุษย์สร้างขึ้นและเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงแนวโน้มการดับสูญของโลกอันเกิดจากหายนะที่เป็นผลมาจาก “การกระทำของมนุษย์” โดยถูกสมมติให้เป็นเวลาที่โลกถึงจุดจบเนื่องจากเกิดเหตุร้ายแรง

และการปรับนาฬิกาครั้งล่าสุดก็เท่าๆกับปี 1953 ซึ่งเป็นช่วงสงครามเย็นเข้าสู่ภาวะตึงเครียดถึงขีดสุด

แต่หลังจากนั้นเมื่อสงครามเย็นเริ่มคลี่คลายในปี 1991 โดยสหรัฐฯและสหภาพโซเวียตลงนามลดอาวุธทางยุทธศาสตร์รวมทั้งสหภาพโซเวียตล่มสลายแยกตัวออกเป็นหลายประเทศและสิ้นสุดสงครามเย็นจึงมีการปรับเวลาอีกครั้งซึ่งนับได้ว่าห่างจากเวลาสิ้นโลกมากที่สุดและนานที่สุดคือ 17 นาที หรือประมาณ 23 นาฬิกา43 นาที

สำหรับการปรับเวลาวันสิ้นโลกตลอด 70 ปีที่ผ่านมา (ค.ศ.1947-2018) รวมๆก็ประมาณ 25 ครั้ง โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 2-9 นาทีก่อนถึงเวลาเที่ยงคืน ซึ่งในอดีตมีปัจจัยเดียวที่นักวิทยาศาสตร์จะนำมาพิจารณาคือ “นิวเคลียร์” จนช่วงปี ค.ศ.2016 เริ่มมีการนำปัจจัยเกี่ยวกับโลกร้อนเข้ามาพิจารณา โดยนักวิทยาศาตร์ระบุว่า “ผู้นำโลกประสบกับความ “ล้มเหลว” ในการปกป้องประชาชนจากสงครามนิวเคลียร์และหนีออกจากต้นเหตุของปัญหาโลกร้อน”

อย่างไรก็ตาม นาฬิกาวันสิ้นโลก อาจไม่ใช่สิ่งที่กำหนดชะตากรรมของโลกใบนี้ได้อย่างแท้จริงแต่ก็เป็นเหมือนนาฬิกาปลุกที่คอยเตือนสติมนุษย์โลกเกือบ 8,000 ล้านคนว่า “การกระทำของมนุษย์” ในแต่ละปีกำลังทำให้เวลาของโลกเร็วขึ้นหรือช้าลงนั่นหมายความว่าสิ่งที่กำหนดอาจไม่ใช่นาฬิกาแต่คือจิตสำนึกของมนุษยชาติต่างหาก

ภาพจาก AFP

ข้อมูลจาก https://thebulletin.org/ และ Voice of America

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ