คำกล่าวอ้างว่า “นาฬิกายืมเพื่อนมา” ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นหนึ่งในประเด็นที่นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด มองว่า ป.ป.ช.ยังต้องตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจนว่า ยืมมาในช่วงเวลาใด รวมถึงเลขาธิการป.ป.ช.ไม่ควรเปิดเผยต่อสาธารณชนว่าหากตรวจสอบได้ว่านาฬิกาไม่ได้เป็นของพล.อ.ประวิตรในทางกรรมสิทธิ์ไม่จำเป็นต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน เพราะหากยืมนาฬิกามาก่อนเข้ารับตำแหน่ง การยืมจะเข้าข่ายหนี้สินซึ่งจำเป็นต้องแจ้งต่อป.ป.ช. แต่หากการยืมเกิดขึ้นหลังเข้ารับตำแหน่ง การยืมดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิดฐานรับของที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาท
ข้อมูลนี้สอดคล้องกับนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตส.ส.จังหวัดนครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเคยเป็นรองประธานคณะอนุกรรมการวิสามัญแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เมื่อปี 2552 ที่มองว่า การยืมถือเป็นหนี้สินอย่างหนึ่งซึ่งพล.อ.ประวิตรต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อป.ป.ช.ตามกฎหมาย
นอกจากนี้ นายปรเมศวร์ยังกังวลว่า กรณีนาฬิกาอาจกลายบรรทัดฐานคดีอื่นๆ หากการชี้แจงว่า การยืมสามารถทำให้พ้นจากความผิดได้ แต่หากตรวจสอบพบว่าข้อมูลที่พล.อ.ประวิตร ชี้แจงกับป.ป.ช.ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ตามกฎหมายอาญา ถือว่ามีความผิดฐานแจ้งข้อมูลเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน
ด้านพรรคเพื่อไทยวันนี้ตั้งโต๊ะแถลงข่าววิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ ป.ป.ช. ว่าควรเร่งอายัดนาฬิกาของพล.อ.ประวิตรเพื่อตรวจสอบ เนื่องจากเข้าข่ายปกปิดบัญชีและร่ำรวยผิดปกติ