ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พยานคนหนึ่งได้ส่งคลิปวิดีโอให้กับทีมข่าว โดยในคลิปเห็นว่าตำรวจทางหลวงที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ หลังเกิดเหตุได้เดินทางเข้าพูดคุยกับพนักงานสอบสวน สภ.บางปะอิน เพื่อไม่ให้ลงในบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน กรณีอุบัติเหตุรถบรรทุกชนท้ายรถเก๋งว่าไม่ได้เกิดจากตำรวจทางหลวงที่ออกมายืนตั้งด่านโบกรถกลางถนน จนเป็นประเด็นคำถามจากสังคมว่าทำไมถึงไม่ระบุสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง แต่กลับโยนความผิดให้รถบรรทุกเพียงฝ่ายเดียว
ด้าน ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิการบดีอัยการ สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ระบุว่า พนักงานสอบสวนเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 200 พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานที่มีอำนาจสอบสวนคดี เพื่อจะช่วยบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลง ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 7 ปี ปรับตั้งแต่ 1000 บาทถึง 14,000 บาท ส่วนตำรวจทางหลวงเข้าข่ายเป็นผู้สนับสนุนรับโทษเท่ากัน และเข้าข่ายผิดมาตรา 157 ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย
ส่วนกรณีที่ตำรวจอ้างว่าเป็นยุทธวิธี และใช้ดุลพินิจในการจับกุมผู้กระทำผิดกฎจราจร รองอธิการบดีอัยการ ให้ความเห็นว่า ตำรวจใช้ดุลพินิจเกินกว่าเหตุซึ่งไม่จำเป็นต้องไปยืนอยู่กลางถนน จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุกับประชาชน และขอให้ตำรวจอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าไม่ได้เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจและควรสอบสวนให้ชัดเจนกว่านี้ พร้อมกับขอให้นำกรณีนี้เป็นกรณีศึกษาการตั้งด่านของตำรวจให้มีมาตรฐานต่อไป