วันนี้ (31 ม.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งบประมาณ 1,300 ล้านบาท เป็นเงินก้อนแรกที่ตัดยอดมาจากเงินบริจาคตั้งแต่เริ่มโครงการ “ก้าวคนละก้าว” จนถึงวันนี้ โดยจัดสรรให้โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามากที่สุด 17 เปอร์เซ็นต์ เป็นเงิน 221 ล้านบาท เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลขนาด 1,200 เตียง และเป็นผู้บริหารจัดการโครงการ รองลงมาคือโรงพยาบาลขอนแก่นได้รับจัดสรร 11 เปอร์เซ็นต์ เป็นเงิน 143 ล้านบาท ขนาด 1,000 เตียง ซึ่งกลุ่มที่ได้น้อยที่สุดเป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาดประมาณ 500 เตียง เช่น โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี , โรงพยาบาลยะลา , โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับจัดสรรแห่งละ 7 เปอร์เซ็นต์ เป็นเงิน 91 ล้านบาท
ทั้งนี้ส่วนใหญ่แต่ละโรงพยาบาลให้ ระบุว่า จะนำเงินไปใช้ซื้อครุภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นทดแทนของเดิม และเพิ่มเติมอุปกรณ์ที่ทันสมัย รองรับการรักษาได้หลากหลายแบบ ขณะที่โรงพยาบาลบางส่วน เตรียมนำเงินส่วนนี้ไปสร้างตึกให้บริการผู้ป่วยเพิ่มเติมในรูปแบบการรักษาเฉพาะทางมากขึ้น
โดยหลักเกณฑ์การจัดสรรเงิน มาจากการประชุมหารือของทีมงานก้าวคนละก้าว ร่วมกับมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และตัวแทนจาก 11 โรงพยาบาล พิจารณาจากขนาดโรงพยาบาล จำนวนเตียง ศักยภาพในการรองรับผู้ป่วย และความจำเป็นในการใช้เงิน ซึ่งหลังมอบเงินให้กับแต่ละโรงพยาบาลแล้ว มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าจะให้อำนาจโรงพยาบาลแต่ละแห่งนำเงินไปจัดสรรใช้จ่ายเอง มีพิธีรับมอบเงินอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 ก.พ. นี้ พร้อมจัดกิจกรรมวิ่งก้าวเล็กๆ ของทีมงานโครงการก้าวคนละก้าว ชวนให้คนไทยที่ไม่เคยวิ่งออกมาวิ่งด้วยกันที่สวนรถไฟ สำหรับการบริจาคเงินเข้าโครงการยังสามารถบริจาคได้ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 พ.ค. 2561 และเงินบริจาคส่วนหลังนี้จะถูกนำไปจัดสรรให้กับ 11 โรงพยาบาลเพิ่มเติมอีกครั้ง