ตร.ยอมรับไม่ได้สอบประเด็นครูปรีชาของแบ่งเงิน 15 ล้าน ทั้งที่เป็นเจ้าของ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

การแถลงข่าวสรุปการทำงานคดีชิงรางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท มีความน่าสนใจอย่างมาก เมื่อวันนี้ตำรวจ ยอมรับว่า ยังไม่ได้สอบบางประเด็นที่เป็นข้อสงสัย แต่หลักฐานและพยานที่มีอยู่กว่า 40 ปาก สามารถสรุปและให้น้ำหนักในเบื้องต้นได้ว่า รางวัลที่ 1 ชุดนี้ เชื่อได้ว่าเป็นของครู ปรีชา ใคร่ครวญ และเตรียมออกหมายเรียกคู่กรณีคือ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ฐานยักยอกทรัพย์และรับของโจร

เมื่อวันที่ (31 ม.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข  ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 นำชุดสืบสวนคดีอ้างเป็นเจ้าของรางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท แถลงข่าว สรุปการทำงาน โดยระบุว่า ที่ผ่านมา ได้ประเด็นสอบไว้ 3 ประเด็น คือ 1.เส้นทางลอตเตอรี่ 2.แม้ค้าขายลอตเตอรี่ให้กับครูปรีชาตามที่กล่าวอ้างที่จริงหรือไม่ และ 3.ร.ต.ท.จรูญ ได้ลอตเตอรี่มาได้อย่างไร 

เริ่มที่ประเด็นแรก วันนี้ตำรวจนำแผนภาพนี้มาแสดงต่อสื่อมวลชน  โดยระบุว่า ต้นทางของลอตเตอรี่ชุดนี้ มาจากยี้ปั้วที่ตลาดสนามบินน้ำ ก่อนจะรวมเป็นชุด 5 ใบ และขายต่อให้กับแม่ค้าในจังหวัดกาญจนบุรี ข้อมูลนี้ตำรวจ ใช้พยานหลักฐานเป็นภาพถ่ายลอตเตอรี และพยานบุคคล 3 ปาก ยืนยันข้อมูล  นั่นหมายความว่า ข้อมูลตรงกับ แม่ค้าขายลอตเตอรี่ที่เป็นพยานให้ครูปรีชา โดยระบุว่า รับลอตเตอรีชุดนี้ ต่อมาจากยี้ปั้ว ก่อนจะขายให้กับครูปรีชา และมีต้นขั้วที่เก็บไว้อยู่เป็นหลักฐาน สืบเนื่องไปถึงประเด็นที่ 2 แม่ค้าขายลอตเตอรี่ให้ครูปรีชาจริงหรือไม่ ประเด็นนี้ ตำรวจอ้างว่า สอบปากคำพยานแวดล้อมกว่า 40 คน จนเชื่อได้ว่า ครูปรีชา ไปซื้อลอตเตอรีชุดดังกล่าว ที่ตลาดเรดซิตี้ด้วยตัวเอง

ส่วนประเด็นสุดท้าย คือ ร.ต.ท. จรูญ วิมูล ได้ลอตเตอรี่มาอย่างไร ประเด็นนี้ ตำรวจอ้างอิงข้อมูลจาก พยานบุคคลเป็นหลัก โดยเฉพาะพยานที่อ้างว่าเห็น ร.ต.ท. จรูญ เป็นผู้เก็บลอตเตอรี่ที่ตลาดเรดซิตี้ และฝ่ายครูปรีชาก็อ้างว่า มีกล้องวงจรปิดในจุดนี้ที่ห่างกับแผงขายราว 20 เมตร เป็นหลักฐาน แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ตำรวจเห็นภาพวงจรปิดชุดนี้หรือยัง  ฝ่ายตำรวจ ยอมรับว่า ยังไม่เห็น เพราะครูปรีชายังไม่ได้มอบให้  แต่เบื้องต้นยืนยันว่า มีพยานให้การสอดคล้องไปในแนวทางนี้จริง  ประกอบกับ ก่อนหน้านี้ ร.ต.ท. จรูญ ไม่สามารถ ตอบได้ว่า ไปซื้อลอตเตอรี่ จากแม่ค้าคนใด ทำให้ข้อมูลที่จะยืนยันว่า ร. ต.ท. จรูญ เป็นเจ้าของลอตเตอรี่ต้องตกไป

หากพิจารณาข้อมูลที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน ยกมาให้น้ำหนักในคดีนี้ ส่วนใหญ่คือ พยานบุคคลเกือบทั้งหมด เนื่องจากพยานอื่น เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ตลาด  ภาพจากคลิปวิดีโอ ของครูปรีชา ที่อ้างว่า สามารถบันทึกได้ว่า ฝ่ายของ ร.ต.ท.จรูญ เป็นผู้เก็บลอตเตอรี่ไป ยังไม่ถูกนำมาวิเคราะห์ด้วย เนื่องจากตำรวจยังไม่ได้รับมอบหลักฐานในส่วนนี้   ส่วนหลักฐานด้านนิติวิทยาศาสตร์ ที่พบว่ามี รอยนิ้วมือ ของ ร.ต.ท. จรูญ ปรากฎ บนลอตเตอรี่ และไม่มีลอยนิ้วมือของครูปรีชา  ตำรวจ อธิบายว่า ไม่สามารถนำมาประกอบการพิจารณาได้ เนื่องจากระหว่างสอบสวน ลอตเตอรี และซองลอตเตอรี่ ถูกจับสับเปลี่ยนไปมาแล้วหลายคน จึงไม่สามารถนำมาประกอบและวิเคราะห์ได้

ระหว่างการแถลงข่าว นักข่าวพยายามสอบถามตำรวจหลายประเด็น เพื่อให้เกิดความกระจ่างในคดีนี้ แต่พบว่า มีหลายคำถาม ที่ตำรวจไม่ตอบคำถามนักข่าว  และบางคำถามพบว่าตำรวจยังไม่ได้สืบสวน  เช่น เหตุใดที่ ครูปรีชา จึงต้องขอแบ่งเงินกับ ร.ต.ท.จรูญ 15 ล้านบาท ทั้งที่มีความมั่นใจว่า และพยานหลักฐานก็เพียงพอยืนยันได้ว่า เป็นเจ้าของ  การโพตส์ข้อความของครูปรีชา ในวันที่ถูกลอตเตอรี่ เหตุใดจึงโพสต์เฉพาะการถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว แต่ไม่ระบุว่าตัวเองถูกรางวัลที่1  หรือ การให้ข้อมูลของแม้ค้าขายลอตเตอรี่ ว่าเก็บลอตเตอรี่ ไว้ขายให้กับครูปรีชาที่เป็นลูกค้าประจำ แต่กลับมีพยานยืนยันว่า เห็นลอตเตอรี่ชุดนี้อยู่บนแผงและได้รับการเสนอขายจากแม่ค้า รวมถึงข้อมูลการสนทนาผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ระหว่างแม่ค้ากับครูปรีชา ตำรวจก็ไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียด เพียงแต่ยืนยันว่ามีในสำนวน

แม้ว่าวันนี้ตำรวจชุดทำคดีจะให้น้ำหนักว่า ลอตเตอรีรางวัลที่ ที่แท้จริง คือ ครูปรีชา  มูลค่า 30 ล้านบาทเป็นของครูปรีชา แต่ในทางขั้นตอนก็ยังไม่ใช่ของสรุปของเหตุการณ์ เพราะตามขั้นตอนสำนวนคดีต้องส่งไปให้อัยกาย เพื่อพิจารณาว่า จะส่งฟ้องศาลหรือไม่  ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ จะออกหมายเรียก ให้ ร.ต.ท.จรูญ มารับทราบข้อกล่าวหา ยักยอกทรัพย์ และ รับของโจร ภายใน 1 สัปดาห์

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ