สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในการประชุมขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ว่าด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะที่กรุงเทพวันนี้ ที่ประชุมได้ยกเรื่องการใช้ยาปฏิชีวนะ ทั้งในคนและสัตว์ที่เป็นอาหารของมนุษย์ พบว่า ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน มีการใช้ยาประเภทนี้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนนำมาซึ่งการดื้อยา
โดย นายฮวน ลู-บร็อธ หัวหน้าฝ่ายสัตวแพทย์ของ FAO เปิดเผยว่า อัตราการรักษาคนที่ติดเชื้อและเกิดอาการดื้อยา มีมากขึ้นโดยเฉพาะตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วอาเซียน ซึ่งปัจจุบันมีคนติดเชื้อที่ดื้อยาปฏิชีวนะ รวมถึงยาปฏิจุลชีวนะ จำนวน 500,000 คน จาก 22 ประเทศในเอเชีย
ทั้งนี้ถ้ายังไม่มีการจัดการที่ดีพอเชื่อว่า ภายใน 35 ปีข้างหน้า จำนวนคนป่วยที่ติดเชื้อดื้อยาและเสียชีวิต จะเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านคน เกือบทั้งหมดอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา สำหรับยาปฏิชีวนะและยาปฏิจุลชีวนะที่ใช้กันอย่างแพร่หลายนี้ ส่วนใหญ่จะปะปนมากับอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ เพื่อให้สัตว์เหล่านี้มีภูมิต้านทานโรคและไม่ติดเชื้อง่ายๆ แต่ผลลัพธ์ คือ ยาจำนวนมหาศาลจะตกค้างอยู่ในสัตว์ และมนุษย์ก็นำไปปรุงเป็นอาหาร จึงเข้าไปสะสมอยู่ในร่างการมนุษย์