วันนี้ ( 7 ก.พ.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการกดกริ่งเรียกเพื่อแจ้งขอเข้าตรวจค้นบ้าน นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ตามหมายศาล เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม แต่ไม่มีสัญญาณตอบกลับจากคนในบ้าน ทำให้ตำรวจต้องใช้วิธีการพูดผ่านเครื่องขยายเสียง โดยหลังจากที่ตำรวจพูดผ่านเครื่องขยายเสียง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคนในบ้าน ออกมาสังเกตุการณ์ เป็นระยะ
ผ่านไปนานกว่า 1 ชั่วโมง ตำรวจแจ้งกับสื่อมวลชนที่รอทำข่าว อยู่บริเวณหน้าบ้านว่า บุคคลที่อยู่ในบ้าน ขอรอทีมทนายความ ซึ่งจากนั้นไม่นานก็มีรถขับเข้าไปในบ้าน 1 คัน จากนั้น มีบุคคลที่ระบุว่า คือทีมทนายความ เดินออกมาพบตำรวจที่ประตู โดยตำรวจแสดงเอกสารหมายค้น และพูดคุยกับทีมทนายความ ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้านใน
การตรวจค้น ใช้เวลานานมากกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนที่ พ.ต.อ.สุวัฒน์ อินทสิทธิ์ รองผู้บังคับการ ตำรวจ ปทส. จะออกมาให้ข้อมูล เปิดเผยว่า การเข้าตรวจค้น มีภรรยาของนายเปรมชัยเป็นคนพาไปยังจุดต่างๆ ได้คุยกันในบางช่วง ภรรยาอ้างว่า ตั้งแต่นายเปรมชัยถูกจับคดีล่าสัตว์ ยังไม่ได้ติดต่อกัน รู้แค่ว่าสามีของตัวเองเป็นคนรักธรรมชาติ
หลังเจ้าหน้าที่เข้าค้นบ้านนายเปรมชัยเสร็จ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาตรวจสอบของกลางที่ตรวจอายัดได้ ระบุว่า การตรวจค้นในครั้งนี้ พบปืนไรเฟิล 28กระบอก ปืนลูกซอง 13 กระบอก ปืนพกกระบอกสั้น 2 กระบอก รวม 43 กระบอก และงาช้าง 4 กิ่ง หรือ 2 คู่ ขณะที่ ปืนไรเฟิลมีลักษณะคล้ายของกลางที่ใช้ล่าสัตว์ป่าในทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรี ทั้งหมดอยู่ในห้องเก็บปืนที่อยู่ติดกับห้องนอนนายเปรมชัยแต่ต้องให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้ง พร้อมกับแสดงความเห็นว่า พฤติกรรมของผู้ต้องหาทั้ง 4 คนมีพฤติกรรมคล้ายนักล่าสัตว์ ตั้งแต่การตั้งแคมป์ และการทำอาหาร
ส่วนที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าจะตรวจเขม่าปืนบนมือนายเปรมชัยไม่ได้เพราะเหตุการณ์ผ่านมานานเกิน 3 ชั่วโมง พล.ต.อ.ศรีวราห์ ระบุว่า ยังมีดีเอ็นเอ ลายนิ้วมือ ที่เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบได้ เตรียมเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำทั้งหมด และที่พบภาพนายเปรมชัยถ่ายกับหนังเสือในห้องทำงานยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
นอกจากบ้านของนายเปรมชัย แล้ว บ้านผู้ต้องหาคนอื่นถูกตรวจค้นด้วยเช่นกัน เริ่มที่จังหวัดราชบุรี กำลังตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 84 บ้านมะขาม ต.คุ้งพยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ของนายยงค์ โดดเครือ 1 ในผู้ต้องหา ระหว่างการตรวจค้น นายยงค์ และครอบครัวไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ไม่พบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดี และไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงเดินทางกลับ
เช่นเดียวกับที่จังหวัดนครราชสีมา เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้าน นางนที เรียมแสน ในตำบลทุ่งสว่าง อ.ประทาย ซึ่งพบเพียงนายวิศิษฐ์ และนางแจ้ แก้วข้อนอก พ่อและแม่ของผู้ต้องหา ใช้เวลาค้นประมาณ 30 นาที ซึ่งจุดนี้ก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายเช่นกัน พ่อของนางนที บอกว่า ลูกสาวเดินทางไปกรุงเทพมหานคร และสมัครทำงานเป็นลูกจ้างของบริษัทอิตาเลี่ยนไทย ดีเวล๊อปเม้นต์ จำกัด หลังไปทำงานก็ไม่ได้ติดต่อกลับมาบ้านนาน 3 ปีแล้ว ส่วนเรื่องการบุกรุกเข้าป่าไปล่าสัตว์นั้น ไม่เคยทราบเรื่องมาก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้ลูกสาวก็ไม่ใช่คนที่ชอบล่าสัตว์ และนิยมบริโภคเนื้อสัตว์ป่า จึงไม่เชื่อว่าลูกสาวจะร่วมกันกับผู้ต้องหาคนอื่นไปล่าสัตว์