สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายเมี่อวานนี้ (11 ก.พ.61) ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 18.27 น. เมื่อวานนี้ ตามเวลาประเทศไทย เมื่อเครื่องบินโดยสาร สายการบิน ซาราตอฟ แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ AN-148 ซึ่งเดินทางออกจากสนามบินโดโมเดโดโว (Domodedovo) ในกรุงมอสโก มุ่งหน้าปลายทางที่เมืองออร์สก์(Orsk) ในแถบเทือกเขาอูลาล (Ural) ได้ขาดการติดต่อและสูญหายไปจากจอเรดาร์ หลังจากขึ้นบินจากสนามบินได้เพียง 4 นาที ต่อมา ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ว่าเครื่องบินลำดังกล่าว ได้ประสบอุบัติเหตุตกในหมู่บ้าน อากูโนโว (Argunovo) ห่างจากกรุงมอสโกไปทางทิศตะวันตะวันออกเฉียงใต้ราว 80 กิโลเมตร
โดยหน่วยกู้ภัยต้องใช้วิธีเดินเท้าเข้าไปในพื้นที่ ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็นจัด และหิมะตก เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ ก็พบชิ้นส่วนของเครื่องบินกระจัดกระจายทั่วพื้นที่และพบศพผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ศพ ก่อนจะมีการยืนยันในภายหลังว่า ผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 71 คน น่าจะเสียชีวิตหมดแล้ว ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเด็ก 1 คน และวัยรุ่นอีก 2 คน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบกล่องดำบันทึกข้อมูลการบินในจุดเกิดเหตุด้วย
ทั้งนี้ข้อมูลจาก Flightradar24 ซึ่งเป็นเว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน ระบุว่า เครื่องบินลดระดับความสูงอย่างรวดเร็วหลังขึ้นบินไป 4 นาที จากนั้นก็หายไปจากจอเรดาร์ ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า เครื่องบินมีไฟลุกท่วมลำ ก่อนตกลงสู่พื้น
ขณะเดียวกันจากการสอบสวนในเบื้องต้น มุ่งเป้าไปที่เรื่องสภาพอากาศ ความผิดพลาดของมนุษย์ (Human error) และความผิดพลาดทางเทคนิค โดยไม่มีการพูดถึงประเด็นก่อการร้ายเลย ด้านสายการบิน เปิดเผยว่า กัปตันเป็นนักบินที่มีประสบการณ์ ขึ้นบินแล้วมากกว่า 5,000 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม สื่อท้องถิ่นบางสำนักรายงานว่า นักบินได้แจ้งว่าเกิดปัญหาขัดข้องทางเทคนิค และต้องนำเครื่องลงจอดฉุกเฉิน ก่อนที่เครื่องจะขาดการติดต่อไป ด้านประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมให้คำมั่นว่าจะเร่งสอบสวนหาสาเหตุโดยเร็ว
นอกจากนี้รายงานข่าว ระบุว่า ในปี 2015 สายการบินซาราตอฟ แอร์ไลน์ส ถูกสั่งห้ามทำการบินระหว่างประเทศ หลังคณะตรวจสอบไปพบว่ามีคนอื่นที่ไม่ใช่กัปตันและลูกเรือ อยู่ในห้องนักบินด้วย ก่อนที่ทางการสายการบินจะทำการยื่นอุทธรณ์ พร้อมปรับปรุงนโยบาย จนสามารถกลับมาให้บริการได้อีกครั้งในปี 2016 แต่โดยส่วนใหญ่จะเป็นการให้บริการในประเทศ รวมไปถึงปลายทางอย่างประเทศอาร์เมเนีย และจอร์เจีย โดยนับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา รัสเซียเจอกับอุบัติเหตุเครื่องบินตกครั้งใหญ่ 2 ครั้ง คือ เหตุเครื่องบินโดยสารตกที่คาบสมุทรไซนายของอียิปต์ ในปี 2015 ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 224 คน ซึ่งกลุ่มไอเอส อ้างว่าเป็นผู้ก่อเหตุวางระเบิดเครื่องบิน ส่วนอีกครั้งเกิดขึ้นในปี 2016 เป็นเหตุเครื่องบินทหารตกในทะเลดำ เสียชีวิตยกลำ 92 คน โดยเชื่อว่าเป็นความผิดพลาดของนักบิน
โดยโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ถือเป็นอุบัติเหตุเครื่องบินโดยสารตกครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี หลังจากปี 2017 ที่ผ่านมา ถูกจัดให้เป็นปีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการเดินทางทางอากาศ เนื่องจากทั่วโลกไม่มีเครื่องบินโดยสารสายการบินพาณิชย์ตกเลย