วันนี้ (14 ก.พ.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งานเสวนาครั้งนี้ มีนักวิชาการจากหลายสาขาเข้าร่วม ประกอบด้วย ด้านชีววิทยา ด้านจิตวิทยา ด้านปรัชญา และ สัตวแพทย์ ทั้งหมดมีความคิดเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ การล่าเสือดำ ถือเป็นการทำลาย สมดุลของธรรมชาติ เนื่องจากเสือดำจัดอยู่ใน สัตว์นักล่าห่วงโซ่อาหารลำดับที่ 1 ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ควบคุมจำนวนประชากรสัตว์อื่นๆ หมายความว่า การที่เสือดำ 1 ตัว ไม่ได้ตายตามธรรมชาติ จะส่งผลต่อระบบห่วงโซ่อาหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อีกหนึ่งที่น่าสนใจ คือ การวิเคราะห์พฤติกรรม ของผู้ที่ชอบล่าสัตว์ป่า ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร รศ.สมโภชน์ เอี่ยมสุภาษิต ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา ระบุว่า ส่วนใหญ่กลุ่มคนที่ชอบล่าสัตว์ เป็นกลุ่มคนที่มีอำนาจทางการเงินและทางสังคมสูง และประสบความสำเร็จจในชีวิตทุกเรื่อง จนต้องหากิจกรรมอื่น เพื่อตอบสนองความตื่นเต้นของตัวเอง และการล่าสัตว์ป่าเป็นหนึ่งในกิจกรรมตอบสนองความต้องการส่วนนี้ได้ โดยเฉพาะการล่าสัตว์ป่าที่ดุร้าย ก็อาจหมายถึง การแสดงพลังและอำนาจบางอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการส่วนนี้
สำหรับแนวทางแก้ปัญหาในงานเสวนาเสนอว่า ควรเข้มงวดเรื่องกฎหมาย บทลงโทษ สำหรับผู้กระทำผิดให้มากขึ้น และไม่ละเว้นกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพื่อสร้างความตระหนักถึงโทษให้กับสังคมได้ทราบ