วันนี้(15 ก.พ.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจนำกำลังเข้าตรวจค้น คลินิกศรีสมัยการแพทย์ บริเวณปากซอยหัวหินห้วยมงคล 11 รับรักษาโรคทั่วไปและแผนกสูตินารีเวช ที่มีเจ้าของเป็นอดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังชุดสืบสวนมีข้อมูลว่าคลินิกแห่งนี้เป็นคลินิกต้องสงสัยรับทำแท้ง และใกล้กับจุดที่พบศพทารกมากที่สุด
การเข้าตรวจค้น ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปด้านใน การเปิดปฏิบัติการเข้าค้นเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสาร เครื่องมือทางการแพทย์ ดูร่องรอยความผิดปกติทั้งหมด โดยมีเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานนำเครื่องมือไปร่วมตรวจด้วย จากการเฝ้าสังเกตพบว่าตลอดทั้งวันที่นี่ไม่มีคนเข้ามาใช้บริการ
โดยขณะเข้าค้นพบว่ามีแพทย์หญิงศรีสมัย เชื้อชาติเจ้าของคลีนิกอยู่ด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไป เพราะเกรงว่าจะไปทำลายหลักฐาน
พลตำรวจตรี พัฒนา เพศยนาวิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยอมรับว่า การทำสำนวนคดีเรื่องศพเด็กทารกเป็นเรื่องละเอียดอ่อนขอสังคมอย่างเร่งรัดให้ตรวจสอบ
ชาวบ้านที่พักอาศัยในละแวกใกล้เคียง ให้ข้อมูลว่า ที่นี่เป็นที่รู้จักของวัยรุ่น หญิงให้บริการ และ ชาวต่างชาติที่ท้องไม่พร้อมและต้องการทำแท้ง เพราะสังเกตเห็นคนที่เข้าใช้บริการส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวไม่ใช่ผู้ป่วยทั่วไป
ขณะนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเตรียมนำศพเด็กไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อหาแม่เด็ก เชื่อว่าเป็นพยานปากสำคัญที่จะนำไปสู่การดำเนินคดี และที่มีข้อมูลว่ามีชายต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์นำถุงดำมาทิ้งขยะเป็นพนักงานคลินิก ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า ไม่ยืนยันขอไล่ตรวจกล้องวงจรปิดก่อน
โดยแม่ที่ตั้งครรภ์ยินยอมให้ทำแท้งจะถูกดำเนินคดีมาตรา 301 หญิงใดทำให้ตนเองแท้งลูก หรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูก จะได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนสถานบริการจะผิดกฎหมายอาญา มาตรา 302 “ผู้ใดทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นยินยอม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ล่าสุด ตำรวจได้นำตัวแพทย์หญิงศรีสมัย เชื้อชาติ เจ้าของคลีนิก ไปสอบปากคำที่สถานีตำรวจภูธรหัวหิน ในฐานะผู้ต้องสงสัยที่อาจจะรู้เห็นกับการนำศพเด็กทารก 4 คน ไปทิ้งในถังขยะที่หมูบ้านรวมสุข โดยการค้นวันนี้กระจายกำลัง 5 จุด