ทีมพนักงานสอบสวน ป.ป.ท เขต 4 จังหวัดขอนแก่น ลงพื้นที่ บ้านหนองค้า อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เพื่อสอบปากคำ และรวบรวมพยานหลักฐาน จากกรณีการออกมาเปิดเผยขบวนการการปลอมแปลงเอกสารของทางราชการ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง
การลงพื้นที่ในวันนี้ พนักงานสอบสวน ได้ตรวจสอบข้อมูลจากกลุ่มทอพรมเช็ดเท้า บ.หนองค้า และขอพบกับนางบัวเงิน ปลามศิลป์ ผู้ใหญ่ หมู่ 5 บ้านหนองค้า และนางประสงค์ จำปาวัตตะ อายุ 52 ปี ประธานกลุ่ม โดยมีสมาชิกกลุ่ม ร่วมให้ข้อมูลกว่า 20 คน
นางบัวเงิน ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า เมื่อช่วงปลายปี 2559 ได้มีเจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น เข้ามาในหมู่บ้าน โดยบอกว่าศูนย์ฯ มีเงินอุดหนุนให้ทางกลุ่มทอพรมเช็ดเท้า โดยเป็นการอุดหนุนให้เปล่า แต่กลุ่มต้องถ่ายเอกสารสำเนา ทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชนของสมาชิกฯ เพื่อเป็นหลักฐานให้ศูนย์ฯ ในการรับเงิน ตนเองในฐานะผู้นำชุมชนเห็นว่ามีเงินอุดหนุนจากหน่วยงานของรัฐเข้ามาสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ยากไร้ จึงได้ให้สมาชิก ทั้ง 30 คน นำเอกสารสำคัญ ที่เจ้าหน้าที่ต้องการ โดยมีการเซ็นสำเนาถูกต้องกำกับ ให้ไป จากนั้นประมาณ 1 อาทิตย์ นางพวงพยอม จิตรคง ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่นพร้อมเจ้าหน้าที่ นำเงินจำนวน 30,000บาท มามอบให้ทางกลุ่มฯ และเงียบหายไป
ด้านนายทองสุข ณ พล นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ ป.ป.ท.เขต 4 ขอนแก่น กล่าวว่า ประเด็นที่เกิดขึ้นนั้น ป.ป.ท. ได้รับคำสั่งตรงจาก เลขาธิการ คสช.ให้มีการตรวจสอบตามการร้องเรียนในเรื่องของการปลอมแปลงเอกสารของทางราชการและการเบิกจ่ายตามระเบียบของทางราชการ ซึ่งขณะนี้พบมูลความผิดชัดเจน ในกรณี กลุ่มทอพรมเช็ดเท้า บ.หนองค้า มีการเบิกจ่ายงบ รวม 6 หมื่นบาท แต่จ่ายจริงให้ชาวบ้าน 3 หมื่นบาท เท่านั้น
ขณะที่การตรวจสอบเอกสาร โครงการเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์ ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในปีงบประมาณ 250 รวมกว่า 2,000 ราย คิดเป็นยอดเงินรวมกว่า 6,900,000 บาท พบว่ามี 5 รายการที่ศูนย์ฯ ยังไม่ชี้แจง จึงได้มีคำสั่งให้ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ฯ นั้นเร่งจัดหาเอกสารทั้ง 5 รายการ ที่มีการเบิก-จ่ายไปแล้ว มาแสดงต่อ ป.ป.ท.ให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า ขณะที่จากการลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น นั้นพบว่า เอกสารบางรายการนั้นได้หายไป ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นช่วงของการมีคำสั่งย้าย ผู้อำนวยการศูนย์ฯ,-รองผู้อำนวยการศูนย์, รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่เอกสารดังกล่าวอาจจะถูกเปลี่ยนสถานที่จัดเก็บ ทำให้การทำงานร่วมระหว่าง ป.ป.ท.และ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ฯ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ ต้องเข้มงวดและละเอียดมาก