เมื่อวันที่ (20 ก.พ. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพชายคนหนึ่ง นำกระเช้าของขวัญมาสวัสดีปีใหม่ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่ พล.ต.ท.ชาญเทพอ้างว่าขณะเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ถูกนำมาเผยแพร่ หลังคลิปภาพ ร.ต.ต.มานัส เติมธนะศักดิ์ รองสารวัตรสืบสวนกองกำกับการ 4 กองบังคับตำรวจสันติบาล 1 แจกอั่งเปาตำรวจ ถูกนำมาเผยแพร่ และมีผู้ระบุว่าชายคนนี้คือ “อ้วน ลอยฟ้า” หรือ ร.ต.ต.มานัส เติมธนะศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลยืนยันว่า อ้วน ลอยฟ้า ที่นำกระเช้ามาอวยพรปีใหม่เป็นคนละคนกับ ร.ต.ต.มานัส แต่จำชื่อ สกุล ไม่ได้ และทั้งสองคนรู้จัก สนิทสนมกันพอสมควร
เมื่อค้นหาข้อมูล โดยใช้คำว่า “อ้วน ลอยฟ้า” ปรากฎข่าวจำนวนมาก และทุกข่าว ระบุว่า “อ้วน ลอยฟ้า” คือนายมานัส เติมธนะศักดิ์ คือเซียนพระ เคยให้สัมภาษณ์ไว้หลายครั้ง ในคอลัมน์ “มองอย่างเซียน” ของ นสพ.ข่าวสด ฉบับวันที่ 19 มิถุนายน 2560 นายมานัสยอมรับว่า ด.ต.มานัส เติมธนะศักดิ์ เป็นพี่ที่มีพระคุณ ให้การสนับสนุนและอยู่เบื้องหลังมาโดยตลอด
ประเด็นนี้ทำให้หลายคนสนใจ เพราะคนชื่อ-สกุลเดียวกัน แม้จะเกิดขึ้นได้ในระบบทะเบียนราษฎร์ แต่ 2 คนนี้กลับมีความสนิทสนมกันเป็นการส่วนตัว เมื่อตรวจสอบจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ กลับพบว่ามีเพียง ร.ต.ต.มานัส เติมธนะศักดิ์ อยู่ในฐานข้อมูลคนเดียว ทั้งๆ ที่หาก “อ้วน ลอยฟ้า” ผู้เป็นเซียนพระชื่อ มานัส เติมธนะศักดิ์ จริง ข้อมูลนี้จะปรากฏอยู่
จากฐานข้อมูลพบว่า ร.ต.ต.มานัส เกิดปี 2507 ปัจจุบัน 53 ปี ขอทำบัตรประชาชนครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2556 ที่เขตทวีวัฒนา ขณะที่แวดวงเซียนพนันกรุงเทพมหานครอ้างว่า “ดาบมานัส” คนทั่วไปก็เรียกว่า อ้วน ลอยฟ้า เช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการสันติบาล ระบุว่า อ้วน ลอยฟ้าเป็นหลานของ ร.ต.ต.มานัส เพราะเคยพบทั้ง 2 คน อ้วน ลอยฟ้า มีความรู้เรื่องพระเครื่อง สังกัด “คุ้มคุณพระคุ้มครอง” ส่วนที่ปรากฎข้อมูลว่า อ้วน ลอยฟ้า เป็นหลานของ ร.ต.ต.มานัส หรือจ่านัด ใช้ชื่อในวงการพระเครื่องว่า “มานัส เติมธนะศักดิ์” หรือ อ้วน ลอยฟ้า เกิดจากความเต็ม เพราะส่งผลดีต่อธุรกิจพระเครื่อง
ส่วนความคืบหน้าทางคดีผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า คาดพรุ่งนี้จะมีความชัดเจน ส่วนสิ่่งของภายในซอง เป็นเงินสด 500 บาท และวัตถุมงคล แต่ พ.ต.ท.สันธนะกลับเชื่อว่ามากกว่านั้น ขณะที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า หากไม่ผิดกฎหมาย ก็ให้ดำเนินการทางวินัย และขอให้ข้าราชการประพฤติตนให้เหมาะสม ที่ผ่านมามีสิ่งดีๆ เกิดในวงการตำรวจจำนวนมากเรื่องนี้นับเป็นเรื่องเล็กน้อย เป็นความเสียหายของบุคคล