วันนี้ (26 ก.พ.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยห้างดังแห่งหนึ่งย่านแจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี กำลังเคลื่อนย้ายร่าง พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ที่ห่อหุ้มด้วยผ้าคลุมสีดำขึ้นไปบนท้ายรถกะบะเพื่อนำส่งโรงพยาบาล โดยภายในภาพไม่ปรากฏว่ามีหน่วยกู้ชีพ และไม่มีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ฉุกเฉินร่วมอยู่ด้วย จึงถูกวิจารณ์หลายแง่มุมว่าเหมาะสมหรือไม่ที่ต้องเร่งเคลื่อนย้าย โดยไม่รอหน่วยงานที่มีหน้าที่กู้ชีพและตำรวจ
ด้าน พ.ต.ท.ยศวิน เอี่ยมพุ่ม รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากเกร็ด เปิดเผยว่า พนักงานรักษาความปลอดภัย หรือ รปภ.ทั้ง 4 รายดังกล่าว อ้างว่าที่ต้องเร่งเคลื่อนย้ายเอง เพราะเห็นว่าหลังจากที่ พล.ต.อ.สล้าง ตกลงมาจากชั้น 7 ยังมีลมหายใจอยู่และยังไม่เสียชีวิต จึงคิดว่ารีบนำส่งโรงพยาบาลเป็นวิธีดีที่สุดที่จะทำให้เขามีชีวิตรอด
ขณะที่ นพ.สุระ เจตน์วาที แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ตามหลักการช่วยชีวิตคนตกจากที่สูงจะต้องประเมินสถานการณ์ 2 ประเด็นคือ “ยังมีชีวิตอยู่ หรือ น่าจะเสียชีวิต” เพราะจากสถิติคนที่ตกจากที่สูง 3-4 ชั้น จะรอดชีวิต เช่น ถ้ามีคนตกจากที่สูง 10 คน จะมีคนรอด 5 คน แต่ถ้าตกจากที่สูงเกิด 10 ชั้นส่วนใหญ่จะเสียชีวิต แม้จะจะตกจากชั้น 7 แต่ในห้างมีหลังคา ที่ลดแรงหล่นลงมาก็ควรให้ความช่วยเหลือที่ถูกวิธี ซึ่งอยากให้การเสียชีวิตของ พล.ต.อ.สล้าง เป็นกรณีศึกษา โดยเฉพาะกลุ่ม รปภ.ควรจะรู้วิธีการช่วยเหลือคนตกจากที่สูงเบื้องต้น
ทั้งนี้สำหรับขั้นตอนการช่วยเหลือคนที่ตกจากที่สูงนายแพทย์สุระ ระบุว่า พนักงานรักษาความปลอดภัยควรได้รับการอบรมเรื่องนี้เพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉิน หรือ ควรโทรแจ้งสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ที่หมายเลข 1669 และควรกันพื้นที่ไม่ให้คนนอกเข้ามารบกวน เพราะการช่วยเหลือจะต้องยึดตรึงกระดูก พร้อมทำให้มีลมหายใจ ไม่ควรเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทันที แต่ให้ใช้วิธีเรียกชื่อ ถ้าหากมีการโต้ตอบให้ประเมินว่ายังมีโอกาสรอด
ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การเสียชีวิตของ พล.ต.อ.สล้าง ต้องทำสำนวนคดีเป็นการตายแบบผิดธรรมชาติ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้ทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ ให้เสร็จภายใน 30 วัน ส่วนที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผ่านโลกออนไลน์เรื่องการเคลื่อนย้ายร่าง โดย พ.ต.อ.กฤษณะ ระบุว่า ถ้าผู้บาดเจ็บยังมีลมหายใจต้องทำการปฐมพยาบาลและพนักงานรักษาความปลอดภัยต้องผ่านการอบรมตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัยพุทธศักราช 2558 จึงต้องตรวจสอบ