ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมาน หลวงจันทร์ วัย 51 ปี เกษตรกร หมู่ที่ 6 บ้านเนินมะค่า ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่าเดิมทีพื้นที่รอบๆบ้านเป็นลานกว้าง มีหญ้าขึ้นปกคลุมเป็นจำนวนมาก จึงคิดนำวัวเนื้อพันธุ์ผสมเลือดยุโรป จำนวน 23 ตัว มาเลี้ยงเพื่อส่งขายบริษัทฯ โดยปล่อยให้หากินหญ้าในพื้นที่รอบบริเวณบ้าน โดยวัวจะถ่ายมูลออกมาเฉลี่ย ตัวละ 5-8 กิโลกรัมต่อวัน
จึงคิดต่อยอดนำมูลวัวที่มีอยู่ไปทำอะไรให้เกิดประโยชน์ขึ้นมา ด้วยลองค้นคว้าหาแนวทางการเลี้ยงไส้เดือน พันธุ์AF1 จึงได้สั่งซื้อแม่พันธุ์ไส้เดือนพันธ์AF1 ในราคากิโลกรัมละ 300 บาท โดยสั่งซื้อมาช่วงแรกจำนวน 20 กิโลกรัม สามารถขยายเลี้ยงไส้เดือน ได้ถึงจำนวน 40 กะละมัง โดยมีวัตถุดิบหลักที่สำคัญ คือ มูลวัว ในคอกที่เลี้ยงไว้ ซึ่งไม่มีต้นทุนแต่อย่างใด ก่อนนำมาต่อยอดใช้เลี้ยงไส้เดือน เพื่อผลิตเป็นปุ๋ยที่มีคุณภาพดี ขายปุ๋ยมูลไส้เดือนพร้อมใช้นำไปใส่พืชผลทางการเกษตร สร้างรายได้ระหว่างรอขายวัว ซึ่งจะขายในราคากิโลกรัมละ 15 บาท
ขณะที่ จ.ยโสธร มีเกษตรกรคนรุ่นใหม่ที่เรียนจบทางด้านวิศวกรรมไอทีแต่หันมาทำการเกษตรทดลองเลี้ยงไส้เดือนในกะละมังส่งขายเป็นรายได้จนประสบผลสำเร็จซึ่งนอกจากจะขายตัวไส้เดือนแล้วยังสามารถขายมูลไส้เดือนและน้ำหมักมูลไส้เดือนได้อีกด้วยมีรายได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 10,000 บาท
เจ้าของไอเดียนี้คือ นายอนันต์ จงสถาพรพันธุ์ เล่าว่า การเลี้ยงไส้เดือนพันธุ์ AF ในกะละมังพลาสติกนับว่าเป็นอาชีพที่มีรายได้เข้าครอบครัวดีมาก หลังได้ทดลองเลี้ยงมาประมาณ 5 เดือน จนประสบความสำเร็จเกินคาดการเลี้ยงไส้เดือนง่ายกว่าที่คิดใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 30-40 วัน ก็สามารถจับตัวไส้เดือนส่งขายได้ส่วนที่เหลือก็จะทำเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เลี้ยงหมุนเวียนต่อไปได้
โดยตัวของไส้เดือนจะขายอยู่ที่กิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 500 บาท มูลไส้เดือน กิโลกรัมละ 35 บาท และน้ำหมักมูลไส้เดือน ขวดละ 30 บาท เฉลี่ยแล้วจะมีรายได้จากการจำหน่ายมูลไส้เดือนและน้ำหมักมูลไส้เดือน ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 10,000 บาท ยังไม่รวมรายได้จากการจำหน่ายตัวของไส้เดือนอีก