นางซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกประจำทำเนียบขาว ออกแถลงการณ์ถึงกรณีที่พรรคคอมมิวนิสต์เสนอให้ยกเลิกบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่จำกัดวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดี ให้อยู่ได้ไม่เกิน 2 วาระ (วาระละ 5 ปี) ซึ่งหากได้รับการอนุมัติจากสภาประชาชนและมีผลบังคับใช้ ก็จะทำให้นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน สามารถดำรงตำแหน่งได้จนถึงแก่อสัญกรรม
โดยนางแซนเดอร์สระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องภายใน และเป็นเรื่องที่จีนจะต้องตัดสินใจเอง ในส่วนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ก็เคยกล่าวถึงเรื่องการจำกัดวาระในการดำรงตำแหน่งไว้หลายครั้ง ในระหว่างรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง แต่เป็นการจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งของสมาชิกรัฐสภา และเป็นเรื่องของการเลือกตั้งในสหรัฐฯ ไม่เกี่ยวกับจีน
แน่นอนว่าท่าทีที่ระมัดระวังของรัฐบาลสหรัฐฯในเรื่องนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของประธานาธิบดีสี ในฐานะผู้นำที่ทรงอิทธิพลที่สุดของจีน ซึ่งจะเป็นผู้ชี้ชะตาทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯต่อไปในอนาคต ขณะที่ที่ผ่านมา ทรัมป์เองยังไม่ค่อยได้วิพากษ์วิจารณ์การปกครองของจีนสักเท่าไหร่ และยังอ้างว่าตนมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเป็นพิเศษกับสี
ส่วนปฏิกิริยาของชาวจีน แม้ว่าสื่อในประเทศจะรายงานว่าประชาชนชาวจีนสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว แต่สื่อตะวันตก รวมทั้งชาวจีนที่อพยพออกนอกประเทศและสังคมออนไลน์ ต่างแสดงความเป็นห่วงกับความเคลื่อนไหวของรัฐบาลจีนครั้งนี้ ว่าเป็นการสร้างผู้นำเผด็จการ โดยมีการเปรียบเทียบกับผู้นำเกาหลีเหนือด้วย
กระแสไม่เห็นด้วยบนสังคมออนไลน์ทำให้ทางการจีนออกมาระงับบทความเชิงลบ และเผยแพร่บทความที่ยกย่องพรรคคอมมิวนิสต์จีนแทน
ขณะที่กระทรวงต่างประเทศของจีนเอง ซึ่งปกติแล้วจะแถลงความเห็นเฉพาะประเด็นทางการทูต ก็ยังออกมาชี้แจงว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชน และทางการหวังว่าทุกฝ่ายจะเคารพเสียงของประชาชนชาวจีน