เมื่อวันที่ (4 มี.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว โดยขู่จะขึ้นภาษีรถยนต์นำเข้าจากยุโรปทุกยี่ห้อ ซึ่งไหลทะลักเข้ามาในประเทศ จนผู้ผลิตท้องถิ่นไม่สามารถจำหน่ายสินค้ารถยนต์ของตัวเองได้
ทรัมป์ระบุว่า นี่เป็นการค้าที่ไม่สมดุลเอาเสียเลย และที่ผ่านมา หลายประเทศต่างก็เอารัดเอาเปรียบสหรัฐฯ ผ่านข้อตกลงการค้าที่ไม่เป็นธรรม ทำให้สหรัฐฯต้องเสียดุลการค้าปีละไม่ต่ำกว่า 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังถือเป็นตลาดใหญ่ของรถยนต์จากยุโรป โดยเฉพาะรถยนต์สัญชาติเยอรมัน อาทิ บีเอ็มดับเบิลยู เมอร์เซเดส-เบนซ์ และโฟล์กสวาเกน ในทางกลับกัน ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่เหล่านี้ ล้วนมีโรงงานขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ และมีส่วนในการจ้างงานคนอเมริกันหลายพันตำแหน่ง ท่าทีดังกล่าวของทรัมป์มีขึ้น หลังนายฌอง-โคลด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป แถลงว่า ยุโรปกำลังพิจารณาขึ้นภาษีสินค้าแบรนด์ดังจากสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าของบริษัทผลิตรถจักรยานยนต์ “ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน” เบอร์เบินวิสกี (Bourbon Whiskey) และสินค้าจากแบรนด์ลีวายส์ เพื่อตอบโต้ที่ทรัมป์ประกาศมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าประเภทเหล็กในอัตรา 25% และอลูมิเนียมในอัตรา 10% ตามลำดับ ซึ่งเรียกเสียงวิจารณ์จากบรรดาประเทศคู่ค้า รวมถึง IMF และองค์การการค้าโลก (WTO) ว่านี่คือการประกาศสงครามทางการค้า